China, What's Next?

game flash: China’s Challenges: Environment

isc888 เครดิต ฟรี,นอกจากนี้ มีรายงานว่า อิหร่านวางแผนที่จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันอีกราว 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งการเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันของอิหร่านจะส่งฉุดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอีก ขณะที่ปัจจุบันอุปทานน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับที่สูงมากPTT มูลค่าการซื้อขาย 3,726.41 ล้านบาท ปิดที่ 198.00 บาท ลดลง 8.00 บาท?นอกจากนี้ IEA ยังคาดการณ์ว่า ประเทศนอกกลุ่มโอเปกน่าจะมีกำลังการผลิตลดลง 600 กิโลบาร์เรล/วัน อย่างไรก็ดีก็ไม่น่าจะทำให้ปริมาณน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากอิหร่านมีแผนผลิตน้ำมันมากกว่า ซึ่งน่าจะส่งผลให้น้ำมันล้นตลาดต่อไปสำหรับการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกันให้ลงโทษเรียงกระทง ความผิด ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.2637/2557 รวม 9 กระทง และตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.4135/2557 รวม 11 กระทง การกระทำของจำเลยในแต่ละกระทงเป็นการกระทำความผิดที่ผิดกฎหมายหลายบทให้ลง โทษบทที่โทษหนักว่าคือมาตรา 14(1) แห่งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ น้ำมันดิบ WTI ปิดลบ นักลงทุนวิตกเศรษฐกิจจีนชะลอตัวแนวต้าน 3.50 3.60 / (3.80) บาทขณะที่คาดว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง จะเข้าร่วมประมูลโดยคาดเปิดขายซองประมูลในเดือนมี.ค.59 และยื่นซองประมูล ก.ค.59 นี้ และโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (LRT) เส้นทางบางนา-สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เป็นโครงการที่แร่งดำเนินการเพราะเป็นเส้นทางที่ผ่านชุมชนและห้างร้านจำนวนมากพร้อมกันนี้บริษัทได้ให้บริการโซลูชั่นด้านการศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งได้ให้บริการดังกล่าวไปแล้วหลายแห่ง อาทิ โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ สีลม ,โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ,โรงเรียนในเครือพระหฤทัย ,โรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัล และโรงเรียนสามเสน 2 เป็นต้น โดยปี 59 บริษัทตั้งเป้าให้บริการแก่สถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างน้อย 20 แห่ง ซึ่งจะมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไปยังโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาเป็นหลัก และตั้งเป้ารายได้จากการขายอุปกรณ์ Apple ไว้ราว 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 50 ล้านบาท,ด้านการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร เริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น นอกจากนั้นรัฐบาลยังเร่งผลักดันแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างระบบขนส่งคมนาคมและอื่นๆ มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ กลับมาคึกคักได้ และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวSET Index: แนวรับ 1,240 แนวต้าน 1,260 , สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ 30 พฤศจิกายน 2558 มีจำนวน 5,975,766.31 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 44.52 ของ GDP และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นสุทธิ 108,393.63 ล้านบาทKBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,295.80 ล้านบาท ปิดที่ 160.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.50 บาทนอกจากนี้ IEA ยังคาดการณ์ว่า ประเทศนอกกลุ่มโอเปกน่าจะมีกำลังการผลิตลดลง 600 กิโลบาร์เรล/วัน อย่างไรก็ดีก็ไม่น่าจะทำให้ปริมาณน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากอิหร่านมีแผนผลิตน้ำมันมากกว่า ซึ่งน่าจะส่งผลให้น้ำมันล้นตลาดต่อไปหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง รวมถึงหุ้นบีพี หุ้นทุลโลว์ ออยล์ และหุ้นไซเพ็ม เอสพีเอ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานของอิตาลี หลังจากสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงหลุดต่ำกว่าระดับ 28 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อวานนี้ ภายหลังจากนานาประเทศได้ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน โดยเป็นการปูทางให้อิหร่านซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกโอเปก สามารถเพิ่มการส่งออกได้ ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นอีก ทั้งนี้ อิหร่านตั้งเป้าว่าจะเพิ่มการส่งออกน้ำมันทันที 500,000 บาร์เรลต่อวัน และวางแผนที่จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันอีกราว 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงหลายเดือนข้างหน้าแมคควอรี DW28เผยว่า Call DW ปิดพุ่งตามหุ้นอ้างอิง หลังหุ้นกลุ่มสื่อสาร พลังงาน และธนาคารปรับตัวขึ้นแรงหนุนดัชนี SET50 และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H16 ปิด +2.44% และ +2.82% ตามลำดับ ยกตัวอย่าง SET50 DW28 ที่นักลงทุนให้ความสนใจเช่น S5028C1602A S5028C1603A S5028P1602B และ S5028P1603A เป็นต้น ด้านนางสุภาพร ลีนะบรรจง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. กรุงศรี กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ลดการถือครองหลักทรัพย์ตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินไซด์เดอร์ โดยลดสัดส่วนการถือครองลงจากเดิมที่ติด 1 ใน 5 หลักทรัพย์ที่กองทุนถือครองมากที่สุด ลงมาเหลือระดับการถือครองในบางส่วน และหากภายในสิ้นเดือนม.ค.นี้ ยังไม่มีความชัดเจนของเรื่องนี้ กองทุนภายใต้การบริหารของบริษัทก็จะทยอยลดน้ำหนักการลงทุนลงอีก เพราะการเลือกลงทุนมองถึงเรื่องธรรมาภิบาลด้วยขณะเดียวกัน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ขยายตัว 5.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย.ที่ขยายตัว 6.2% และหากเทียบเป็นรายเดือนพบว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ขยับขึ้นเพียง 0.41% ชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย.ที่ขยายตัว 0.58%ส่วนตลอดทั้งปี 2558 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัว 6.1% ซึ่งชะลอตัวลงจากปี 2557 ที่ขยายตัว 8.3%、SCI ราคาสร้างฐานแถวจุดต่ำ 6.15 ก่อนจะพลิกตัวกลับขึ้นมา ล่าสุดเร่งตัวผ่าน neck line และยืนเหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยด้วย Vol. เพิ่มขึ้นด้าน MACD อยู่เหนือค่าเฉลี่ยของตัวเอง และกลับขึ้นสู่ในแดนบวก มีสิทธิหนุนราคาแกว่งตัวขึ้นต่อABC ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มมีจังหวะฟื้นตัวทะลุแนว Downtrend Line พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุน สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ และ MACD ชี้ขึ้นใกล้เป็นบวก เป็นจังหวะเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 0.50 บาท ผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 0.54 บาทหนังสือพิมพ์เช้านี้ รายงานว่า ผศ.พิเศษ รณชัย ตันตระกูล กรรมการผู้จัดการ GENCO เปิดเผยว่า ภาพธุรกิจปี 59 คาดกำไรสุทธิและรายได้จะเติบโตสูงทำสถิติครั้งใหม่ ซึ่งเป็นปีที่บริษัทอาจจะพิจารณาจ่ายปันผลคืนให้กลุ่มผู้ถือหุ้นตามนโยบาย 50% ของกำไรสุทธิ จากปีที่ผ่านมาจ่ายเป็นใบสำคัญแสดงสิทธิ(Warrant)เท่านั้น。

สำหรับแผนปฏิรูปองค์กรของบริษัทระยะเวลา 2 ปีคงไม่เพียงพอ และเห็นว่าน่าจะใช้เวลามากกว่า 2 ปี อาจจะเป็น 3-4 ปี เพราะการบินไทยเป็นองค์กรที่มีปัญหาสะสมมานาน อย่างไรก็ดี ถือว่าดีกว่าสายการบินต่างชาติ อย่างเช่นเมื่อเทียบกับสายการบินแจแปนแอร์ไลน์(JAL) ที่เคยประสบปัญหาก็ต้องเข้าแผนฟื้นฟูถึง 7 ปี หรือสายการบินการูด้าของอินโดนีเซียที่ใช้เวลาถึง 10 ปี ,ซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนโดยเช้านี้ Brent หลุด $28/bbl ก่อนจะฟื้นกลับมาที่ $28.5/bbl ทำให้ SET เจอแรงขายเข้ามาในกลุ่มหลักเช่น พลังงาน ปิโตรเคมี โรงแรม โรงพยาบาล และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.7 หมื่นลบ. ภาพรวม SET ยืนอยู่ได้ ดูดีกว่าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ธนาคารมีกำไรสุทธิเติบโตร้อยละ 6.4 จากปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 1.22 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,727.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.4 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิร้อยละ 7.5 รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิร้อยละ 9.6 และรายได้อื่นร้อยละ 79.0คำแนะนำ: ขึ้นขายดัชนี SET ช่วงเช้าปิดบวก 1,257.69 (+12.64 จุด,+1.02%) กรอบ 1248 1261 มูลค่าการซื้อขาย 20,139.12 ลบ. เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขาย ICT ENERG BANK TRANS CONMAT COMM FOOD PROP HELTH ตามลำดับ ด้านการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร เริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น นอกจากนั้นรัฐบาลยังเร่งผลักดันแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างระบบขนส่งคมนาคมและอื่นๆ มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ กลับมาคึกคักได้ และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ผู้จัดการทั่วไปของการรถไฟแห่งประเทศจีนแถลงว่า จีนจะลงทุนในโครงการสร้างทางรถไฟมูลค่า 8 แสนล้านหยวน (1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีนี้ โดยเฉพาะในเขตตอนกลาง และตะวันตกที่ยังมีการพัฒนาน้อย ซึ่งในปีที่แล้วมีผู้ใช้บริการรถไฟประมาณ 2.5 พันล้านคน เพิ่มขึ้น 10% ในช่วง 3 ปีแนวรับ 7.00-7.10 บาทแนวต้าน : 774 และ 778, คลัง เผยหนี้สาธารณะคงค้างสิ้นพ.ย.อยู่ที่ 44.52% ของ GDPSCB ปิดที่ 118.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท Jเข้าส่วนหนึ่ง รอเพิ่มที่ 3.30 หรือเมื่อทะลุ 3.54 เป้าหมาย 3.84 บาท IEA คาดราคาน้ำมันยังตกต่ำ เหตุอุปทานล้นตลาด-เศรษฐกิจซบเซาโดยจะใช้เวลาปรับปรุงพื้นที่ 6 เดือน ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการดังกล่าว เมื่อได้ผลการศึกษาแล้วบริษัทฯจะนำเสนออนุมัติคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุม ผู้ถือหุ้นต่อไปการเข้าไปเช่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีแผนจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งทำธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ครบวงจรที่ทันสมัยที่สุด ประกอบด้วยการรักษา สปา และศูนย์รับเลี้ยง ที่อำนวยความสะดวกสบายสำหรับคนรักสัตว์ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน พื้นที่ส่วนที่เหลือจะเป็นพื้นที่เช่าสำหรับร้านค้าที่ทำ ธุรกิจ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกประเภท ซึ่งจะทำให้การขยายธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจรแห่งแรกของไทยมีความหลากหลาย ทั้งด้านการให้บริการและการจำหน่ายสินค้า,DEMCO ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 6.80-7.00 บาท แนวต้าน 7.45-7.80 // 8.00 บาท ปกติจะเห็นยอดจองตั๋วหนาแน่นตั้งแต่ต้น ม.ค.ไปจนถึงครึ่งแดือนแรกของ ก.พ.แต่ปีนี้กลับแผ่วลงเพราะภาวะเศรษฐกิจหลายประเทศไม่ค่อยดี ทั้งเศรษฐกิจจีน ยุโรปเศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้น ออสเตรเลียเศรษฐกิจก็ไมค่อยดี นายณรงค์ชัย กล่าวกับ อินโฟเควสท์ แนะนำซื้อ TMB โดยมีแนวรับที่ 2.40 และ 2.36 และมีแนวต้านที่ 2.52 และ 2.60 เป็นจุดขายทำกำไรMACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50 แนะนำซื้อ SCN โดยมีแนวรับที่ 7.15 และ 7.10 และมีแนวต้านที่ 7.70 และ 8.00 เป็นจุดขายทำกำไรสรุปภาวะตลาดภาคเช้า :SET เปิดลบ และฟื้นขึ้นมาปิดไม่เปลี่ยนแปลง – SET index สามารถฟื้นตัวกลับมาปิดที่ 1245.50 จุด (-0.35 จุด) ได้ในช่วงเช้า หลังจากเปิดลบไป -1.2% (ต่ำสุดที่ 1231.32) ตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวลงแรงเกือบทุกตลาด ตั้งแต่ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม(หนักสุด -3%) ลากเอา MSCI AxJ ลบไปกว่า 1% การชำระดอกเบี้ยหนี้ในประเทศ จำนวน 1,458.28 ล้านบาทเศรษฐกิจจีน +6.8% ใน 4Q15: ส่งผลให้ GDP ขยายตัว +6.9% ในปี 2015 แม้จะเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 25 ปี และชะลอตัวลงจาก +7.3% ในปี 2014 อย่างไรก็ตามการขยายตัวเศรษฐกิจจีนปีก่อนถือว่าใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ประกอบกับค่าเงินหยวนที่เริ่มมีเสถียรภาพทำให้มีโอกาสที่จะเห็นการ Rebound ในตลาดหุ้นโลก ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ลดลงจำนวน 12.7 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับปี 2557 สาเหตุมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นสุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนกรรมการ ค่าภาษีอากร ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 58.3 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2557 อยู่ที่ร้อยละ 68.0 เป็นผลจากแผนการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีผนวกกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นหนี้ของรัฐบาล จำนวน 4,379,011.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123,106.78 ล้านบาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 109,075.46 ล้านบาท เพื่อรักษาระดับเงินคงคลังให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งระดับเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2558 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีอื่นๆ ในช่วงเดียวกันแนวรับ : 44.5 +/-。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’