The Debate

888ดูบอลสด: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

animal crossing new horizons free online,ราคายังมีลักษณะแกว่งทรงตัวได้ดี โดยล่าสุดหลังจากทดสอบแนวรับจากเส้นต้นทุนเฉลี่ยแล้วยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยหนุน พร้อมทั้งมีสัญญาณบวกจากการฟอร์มตัวของ Indicators ยืนยัน และแรงซื้อเริ่มหนาตาขึ้นด้วย ทำให้มีลุ้นโอกาสดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้นอกจากนี้ ด้านการบริโภคยังคงฟื้นตัวช้าโดยมีแรงกดดันจากรายได้เกษตรกรที่ยังคงตกต่ำ อีกทั้ง ยังต้องเผชิญกับภัยแล้งที่จะส่งผลต่อปริมาณผลผลิตในปี 2559 และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยให้การบริโภคในหมวดสินค้าไม่คงทนและความมั่นใจผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่น่าจะมีผลแค่ในระยะสั้น ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นถึง 9% ซึ่งนำโดยนักท่องเที่ยวจีนโดยอีไอซีเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนได้ในปีนี้ แต่ปัจจัยลบจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจะยังคงฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงมีความเปราะบางสูง โดยการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยอาศัยแรงสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทำให้ภาคบริการกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในทุกภูมิภาค รวมทั้งจีน ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบจากกำลังการผลิตส่วนเกินและการชะลอตัวของอุปสงค์ในจีน ทำให้การค้าระหว่างประเทศยังคงไม่ดีขึ้น AGE ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10-15% เล็งปันผลเป็นเงินสด พร้อมลุยธุรกิจพลังงาน,แนวต้าน 3.62-3.74 บาทขณะที่นักลงทุนจับตาดูการประชุมเฟดซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยคณะกรรมการเฟดยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดการประชุมต่อไปถึงแม้สหรัฐกำลังเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนจากพายุหิมะก็ตาม ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค. แต่ก็จะขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจที่เฟดได้รับก่อนการประชุมดังกล่าวโดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือ แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากในอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ, SET พลิกปิดลบ PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 4.23 พันลบ. บอร์ด TWZ ไฟเขียวซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 60 ลบ. เริ่ม 9 ก.พ. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ) พ.ศ (มาตรการปรับลดภาษีอัตราเงินได้นิติบุคคลเป็นการถาวร) ประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนน 160 เสียง โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือ แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากในอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ แนะนำซื้อ SCN โดยมีแนวรับที่ 7.40 และ 7.30 และมีแนวต้านที่ 8.00 และ 9.00 เป็นจุดขายทำกำไรอนึ่ง โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 8 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา บนมุมถนนอโศกมนตรีและถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยมีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นไม่เกิน 4,255 ล้านบาท ไม่รวมมูลค่าที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท สิงห์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (SPD) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ S โดยคาดว่าโดรงการจะเริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ประมาณไตรมาส 1/61 สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เผยราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงปรับตัวลดลง 40 ดอลลาร์ฮ่องกง ปิดที่ระดับ 10,220 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึงในวันนี้ หรือราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับ 1,099.85 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 4.3 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด 1 ดอลลาร์สหรัฐ/7.8 ดอลลาร์ฮ่องกงซึ่งหากมีการส่งสัญญาณเพิ่มวงเงิน QQE จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดได้ต่อ กลยุทธ์ ยังเน้นเพียงการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ BR (รับ 6.65 ต้าน 7.10 Cut 6.45) และ KAMART (รับ 7.40 ต้าน 7.95 Cut 7.15) เงินบาทปิด 36.01/02 มองกรอบพรุ่งนี้ 35.95-36.15 รอผลประชุมเฟด,ด้านนายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด(APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า GTB จะเสนอขายหุ้นจำนวน 240 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.25 บาท จากทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 960 ล้านหุ้น ซึ่งได้ยื่นแบบแสดงข้อมูลเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณา สนช.เห็นชอบกม.ภาษีเงินได้นิติบุคคลลดเหลือ 20% หวังกระตุ้นการลงทุน。 สรุปภาวะตลาดภาคเช้า :SET ฟื้นตัว SET เปิดกระโดดกว่า 15 จุด ด้วยแรงหนุนที่เมื่อคืน ECB ส่งสัญญาณจะทบทวนนโยบายการเงินในการประชุมมี.ค. เพิ่มความหวังถึงการเพิ่มวงเงิน QE หลังอกหักมาจากการประชุมธ.ค. หนุนทั้งตลาดหุ้น และตลาดน้ำมันดิบให้ฟื้นตัวดัชนี 1,265.72 เปลี่ยนแปลง +20.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 19,389ลบ.รายงานของธนาคารกลางระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2558 ขยายตัวเพียง 0.6% ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 1.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2553。

1) คาดการณ์รายได้ และกำไรไตรมาส4/58 ออกมาดี เนื่องจากผู้บริโภคเร่งโอนบ้านหลังมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ในเดือน พ.ย. 2) การปรับ Dividend Policy เป็น ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยจะเริ่มตั้งแต่ผลการดำเนินงาน ครึ่งปีหลังของปีนี้ ทำให้คาดว่า PS จะจ่ายเงินปันผล 1 บาท/หุ้น ในงวด 2H15 หรือคิดเป็นปันผล 4% และคาดว่าจะทำให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 1.70 บาท/หุ้น หรือ 6.8% สูงที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ 3) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัว 3 เดือนติดต่อกัน ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมักเป็น Leading Indicator ต่อกลุ่มอสังหาฯ ทำให้เราคาดว่ากลุ่มอสังหาฯ จะค่อยๆ ปรับสูงขึ้นในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า, เงินเยนอยู่ที่ระดับ 118.36 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 118.75 เยน/ดอลลาร์ SET ปิดช่วงเช้าพุ่ง 20 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 2.21 พันลบ. ยูโรอ่อนค่าหลังธ.กลางยุโรปส่งสัญญาณผ่อนคลายการเงิน นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดหุ้นโตเกียวยังได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นจีนที่เปิดตลาดอ่อนแรงลง ซึ่งจุดปะทุให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกราคาปิด : 3.52, หากมองในด้านมูลค่าอาจเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่มากนัก เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ปัจจัยด้านค่าเงินของไทยและคู่ค้า รวมถึงปริมาณของไก่ที่ส่งออกเพิ่มขึ้นมาก คือ ไก่สด ซึ่งมีมูลค่าน้อยกว่าไก่แปรรูป ขณะที่การส่งออกไก่แปรรูปไปยังตลาดสำคัญ คือ สหภาพยุโรป (อียู) มีมูลค่าลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปยังไม่ฟื้นตัว และเงินยูโรอ่อนค่า แต่ตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูง ได้แก่ เวียดนามเพิ่มขึ้น 882.61% แอฟริกาใต้เพิ่มขึ้น 194.05% และกัมพูชาเพิ่มขึ้น 189% นางมาลี กล่าว ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับน้ำมันดีดตัว-ECB ส่งสัญญาณผ่อนคลายการเงิน,STOP LOSS สถานะ Long ใน ITDH16 ถ้าปรับตัวดลลงหลุด 6.67 ลงไป นักบริหารเงินเปิดเผยถึงค่าเงินบาทปิดตลาด (25 ม.ค.) ที่ระดับ 36.01/02 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 36.00 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันทำ High ที่ 36.04 และทำ Low 35.93 บาท/ดอลลาร์โดย SET เหลือบวกเพียง 1 จุดหลังจากปิดตลาดช่วงเช้าบวก 14.06 จุด หรือ 1.11% มาที่ 1,282.09 จุด สูงสุดที่ 1,283.51 จุด ต่ำสุดที่ 1,275.66 จุด เป็นปีที่ค่อนข้างยากลำบาก ตลาดหุ้นผันผวน มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามากระทบ มุมมองเราก็ต้องล้อไปกับภาวะ แต่เราก็ยังมีโอกาสในบาง area ที่จะโตได้อีกไกล ปีนี้ก็ต้อง diversify มากขึ้น เพราะด้วยความผันผวนมากเป็นพิเศษ แต่ก็เชื่อว่าเป็นโอกาส เราก็จะโตในกองทุนใหม่ๆ ปีนี้ก็จะโตด้วย Money Market ต่อเนื่อง และมีตราสารหนี้ใหม่ๆ นางชวินดา กล่าว ,โดยบริษัทกำหนดขึ้น XD 25 ก.พ.59ส่วนการจัดงานธงฟ้าลดค่าครองชีพนั้นจะจัดงานธงฟ้าระดับจังหวัด 159 จุดใน 15 จังหวัด เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยาง โดยจะเริ่มที่แรกสัปดาห์หน้า ที่จังหวัดสงขลา สตูล นครศรีธรรมราช ส่วนจะจัดในพื้นทีใดบ้างนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาต่อไป ส่วนสินค้าที่จะนำไปวางจำหน่ายนั้น เช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ข้าวสาร เป็นต้น และการจัดงานมหกรรมธงฟ้า วันที่ 27-31 ม.ค.นี้ ที่เมืองทองธานี นำสินค้าไปจำหน่ายราคาถูกกว่าปกติ 20-30% คาดมีประชาชนเข้างานกว่า 150,000 คน และช่วยลดค่าครองชีพได้ราว 40-50 ล้านบาทนอกจากนั้นยังร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในการประสานสายการบินและคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน (AOC) ให้ประกาศข้อคำเตือนด้านสุขภาพในเที่ยวบินที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง การแจก Health Beware Card ให้กับผู้โดยสาร และขอความร่วมมือสายการบินในการดูแลและเฝ้าระวังผู้โดยสาร สำหรับท่าอากาศยานอีก 5 แห่ง ได้ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิ (Hand Held Thermo Scanner) ประมาณ 1 2 เครื่องในการคัดกรองผู้โดยสารกลุ่มเสี่ยง,ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 หรือ NCL-W1 เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 : Cash Balance โดยให้มีผลวันที่ 26 ม.ค. 2559 สิ้นสุดวันที่ 19 ก.พ. 2559นอกจากนี้ในช่วง ไตรมาส 1/59 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท อยู่ใน 3 ทำเล ได้แก่ โครงการ Notting Hill แหลมฉบัง, โครงการ Notting Hill แพรกษา และโครงการ Notting Hill สะพานใหม่ ซึ่งโครงการใหม่ดังกล่าวเป็นการพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Blue Oceanนอกจากความสำเร็จด้านการเลี้ยงหมูของวิรัตน์ฟาร์มแล้ว ที่นี่ยังถูกเลือกให้เป็นศูนย์เรียนรู้อาชีพเลี้ยงหมูสำหรับเพื่อนเกษตรกรที่หมุนเวียนเข้ามาศึกษาดูงานอย่างไม่ขาดสาย โดยวิรัตนต์ทำหน้าที่เผยแพร่เคล็ดลับความสำเร็จอย่างไม่หวงวิชา ยิ่งไปกว่านั้นวิรัตน์ฟาร์มแห่งนี้ยังสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืนจากการนำมาตรฐานกรีนฟาร์มที่ซีพีเอฟผลักดันให้เกษตรกรทุกคนปฏิบัติ มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการใช้ระบบไบโอแก๊สที่ช่วยลดทั้งกลิ่นและแมลงวัน รวมทั้งปลูกไม้ยืนต้นรอบฟาร์มเพื่อช่วยดูดซับกลิ่นอีกชั้น วิรัตน์ฟาร์มจึงเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างแท้จริง 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 22 ม.ค.59นอกจากนี้ นายจอร์จ โซรอส คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะเจอกับภาวะฮาร์ดแลนดิ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้,การร่วงลงของราคาน้ำมันและการแข่งขันกันเพื่อปรับลดค่าเงิน จะทำให้เกิดภาวะเงินฝืดทั่วโลกและยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ว่าผิดพลาดจากความตั้งใจจริงของวิรัตน์ควบคู่กับความรับผิดชอบงานที่ดีมาตลอด ทำให้ประสิทธิภาพการเลี้ยงหมูดีขึ้น ช่วยสร้างรายได้ที่มากขึ้นให้กับครอบครัว เมื่อการผลิตหมูของครอบครัวภรรยาเป็นไปได้ด้วยดี และตนเองมีความชำนาญและความเข้าใจในระบบการเลี้ยงหมูพันธุ์อย่างถ่องแท้ ในปี 2544 วิรัตน์ได้ปรึกษากับภรรยาและครอบครัวรวมถึงซีพีเอฟ ว่าน่าจะขยายกิจการและลงมือทำฟาร์มของตนเองได้แล้ว จึงเกิดเป็น วิรัตน์ฟาร์ม เลี้ยงหมูพันธุ์จำนวน 150 แม่ ด้วยเงินลงทุนของตนเองทั้งหมด ตลอดระยะเวลากว่า 14 ปี ที่วิรัตน์ตัดสินใจหันมาจับอาชีพเลี้ยงหมูอย่างจริงจัง ก็ประสบความสำเร็จมาตลอด ดังจะเห็นได้จากอัตราเข้าคลอดที่สูงเป็นอันดับต้นๆของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ ขนาดครอกของลูกหมูเฉลี่ยมากกว่า 11 ตัวต่อแม่ ขณะที่อัตราเสียหายต่ำเพียงร้อยละ 2 ต่อรุ่น ลูกหมูมีน้ำหนักหย่านมสูงถึง 6.82 กิโลกรัมต่อตัว และขนาดลูกจับออกมากถึง 29.40 ต่อแม่ต่อปีแต่นายสนธิญาณเห็นว่าตามข้อกฎหมายที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้บัญญัติไว้ว่า ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 19 คือกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติ และดำเนินการบังคับใช้กฏหมายกับบุคคลที่กระทำความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้น การกระทำของผู้บริหาร ก.ล.ต.จึงไม่เหมาะสมนั้นและมีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.