China, What's Next?

ผลบอลสดวิเคราะห์บอลวันนี้: China’s Challenges: Environment

แจก เครดิต ฟรี 2019, ฮั่งเส็งปิดลบ 71.90 จุด ต่อเนื่องจากช่วงเช้าผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลสรุปการซื้อขายหุ้นประจำสัปดาห์ผ่านไทย เอ็นวีดีอาร์ ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย.58 ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่สะท้อนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ พบว่าหุ้นที่มีการซื้อสุทธิมากที่สุด 30 อันดับแรก หากพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ซื้อสุทธิ ได้แก่ SGP ตั้งบริษัทย่อยในสิงคโปร์ รองรับการดำเนินงานในอนาคต ส่วนความคืบหน้าทางการเมืองนั้น ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส เห็นพ้องร่วมกันในการยกระดับความร่วมมือต่อสู้กับการก่อการร้าย ขณะที่ให้คำมั่นว่าเหตุเครื่องบินรบรัสเซียถูกยิงตกใกล้พรมแดนตุรกี-ซีเรียเมื่อไม่นานนี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกEnergy Absolute (EA TB; THB 24.80) ซื้อณ เดือนสิงหาคม 2558 TTW มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกอบด้วย บริษัท มิตซุย วอเตอร์ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (25.98%), บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ(BECL) (19.57%) และ บมจ.ช. การช่าง(CK) (19.04%) ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ให้บริการน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยกำลังการผลิตทั้งสิ้น 876,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน และให้บริการบำบัดน้ำเสียซึ่งมีกำลังการบำบัด 18,000 ลบ.ม. ต่อวัน นอกจากนี้ บริษัทยังถือหุ้นในสัดส่วน 25.31% ใน บมจ.ซี. เค. พาวเวอร์(CKP) ด้วย โดย CKP ถือหุ้น 56% ใน บริษัท เซาท์อีส เอเซีย เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ด้วยกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 615 เมกะวัตต์สำหรับปัจจุบัน TPCH มีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เรียบร้อยแล้ว 2 โครงการ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) และโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE) โดยจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้รวม 20 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมีทั้งหมด 4 โครงการและมีกำลังการผลิตรวมจำนวน 40 เมกะวัตต์、ปัจจุบัน ไทยแอร์เอเชียมีเครื่องบินแอร์บัสเอ 320 ประจำการ 2 ลำ เพื่อให้บริการบินตรงจากท่าอากาศยานอู่ตะเภา สู่ 8 เส้นทาง คือ กัวลาลัมเปอร์ หนานหนิง หนานบาง ซึ่งเปิดบินไปแล้ว อีก 4 เส้นทางใหม่ อุดรธานี สิงคโปร์ มาเก๊า เริ่มเปิดให้บริการ ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ และเส้นทางหาดใหญ่ที่จะเริ่มบินในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ทั้งหมดรวม 46 เที่ยวบินต่อสัปดาห์นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังได่เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 12,000 ราย สู่ระดับ 260,000 ราย และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 270,000 รายตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 38 ติดต่อกัน และยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 42 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดตลาดช่วงเช้า (27 พ.ย.) ลบ 1.44 จุด หรือ 0.11% มาที่ 1,361.69 จุด สูงสุดที่ 1,363.00 จุด ต่ำสุดที่ 1,354.10 จุด มูลค่าซื้อขายที่ 13,229.93 ล้านบาท TPOLY ไม่มีแผนจะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน TPCH ลงอีกในอนาคต โดยมีนโยบายรักษาสัดส่วนการถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 40% และบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน โดยเตรียมนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นไปชำระคืนเงินกู้ เพื่อลดภาระทางการเงิน และใช้เป็นเป็นทุนในการขยายธุรกิจ เตรียมพร้อมรับงานใหม่ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ซึ่งมั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้จะกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้อย่างแน่นอน นายไชยณรงค์กล่าวปัจจัยไทย หุ้น PTTGC ราคาขยับขึ้น 1.40% มีหุ้นไทยใน MSCI Global Standard Index เพียงตัวเดียว คือ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล(PTTGC) จากทั้งหมด 32 ตัวที่ได้รับการปรับน้ำหนักขึ้น นอกนั้นถูกลดน้ำหนักหมดนอกจากนี้บริษัทฯวางงบลงทุนราว 2,000 ล้านบาทในปีหน้า แบ่งเป็น 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงสนามบินสมุย รองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างราว 2 ปี และจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 2/59 ซึ่งบริษัทฯได้ประมาณการจำนวนผู้โดยสารในช่วง 15-20 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านคน รวมถึงใช้ซื้อเครื่องบินเข้ามาเพิ่มอีกจำนวน 3-4 ลำในปี 59 จากในช่วงที่เหลือของปี 58 บริษัทฯเตรียมรับมอบเครื่องบินใหม่อีกจำนวน 3 ลำ ซึ่งจะทำให้สิ้นปีนี้มีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 33 ลำ ประกอบกับในปี 59 บริษัทฯมีแผนที่จะเพิ่มพันธมิตรเที่ยวบินร่วม (CODE SHARE) อีก 4 สายการบิน โดย 1 ในนั้นจะมีสายการบิน Korean Air ด้วย จากปัจจุบันมีพันธมิตรเที่ยวบินร่วมแล้วจำนวน 20 สายการบิน,สำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะเสนอขายนั้น เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในลาว ซึ่งมีบริษัทไทยเข้าไปร่วมทำธุรกิจด้วย ส่วนอีกหนึ่งกองทุนเป็นของบริษัทในประเทศเวียดนาม ซึ่งคาดว่าเห็นการยื่นไฟลิ่งในระยะเวลาใกล้ๆกัน แต่การจะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น ทางตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบโดยเฉพาะในเรื่องมาตรฐานบัญชีเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับนักลงทุนไทย จากปัจจุบันมี 3 บริษัทที่เข้าระดมทุนแล้ว ได้แก่ บมจ.ซีเค พาวเวอร์ (CKP), บมจ.พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) และบมจ.อมตะวีเอ็น ที่กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในเดือน ธ.ค.นี้นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ทึ่คาดจะเปิดให้บริการกลางปี 59 โดยสามารรองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนต่อปี จากอาคารผู้โดยสารปัจจุบันรองรับผู้โดยสารได้ 8 แสนคนต่อปี ทั้งนี้ หากอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 สร้างเสร็จจะย้ายมาที่อาคารผู้โดยสารที่ 2 ทั้งหมด โดยอาคารผู้โดยสารหลังแรกไว้เป็นที่ตั้งสำนักงานของแอร์ไลน์ต่างๆ2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ได้แก่ ชาเขียวพร้อมดื่มตรา เชนย่า (Zenya), กาแฟปรุงสำเร็จตรา วีสลิม (VSlim) ,เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงตรา ชาช่า (Sha Sha) ,ตรา ณ อรุณ (Na-Arun) และตรา สวัสดี (Sawasdee) ด้านนักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ECB จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หลังจากที่ ECB ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันที่ 4 ธ.ค. หลังจากที่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค. พุ่งขึ้น 271,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2557 ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีครึ่งทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายหุ้นดังกล่าว กับนายสรวุฒิ มานะสมจิตร ซึ่งเป็นผู้จะขายแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ย.58 และได้เข้าชำระมัดจำในงวดที่ 1 ตามสัญญาจะซื้อจะขายหุ้นกับผู้ขายเป็นจำนวน 117 ล้านบาทเมื่อวันที่ 6 พ.ย.58มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 24,705.52 ล้านบาท สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ต.ค.58 หดตัว -4.2% อยู่ที่ 106.85 จาก 108.19 ในเดือน ก.ย.57 โดยคาดการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 58 ขยายตัวในช่วง -0.5 ถึง 0.5% ก่อนขยายตัว 2-3% ในปี 59 ขณะที่ประเมินว่า GDP ภาคอุตสาหกรรมปี 58 จะอยู่ที่ 0-1% ส่วนปี 59 ขยายตัวได้ 1.5-2.5%。

สำหรับ จำเลยที่ 1 บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NMG)อัตราตำแหน่งงานว่างในเดือนต.ค.ยังคงทรงตัวที่ระดับ 1.24 ซึ่งบ่งชี้ว่า มีตำแหน่งงาน 124 ตำแหน่งสำหรับรองรับจำนวนคนหางาน 100 คน,ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวพิจารณาเฉพาะผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 20 ล้านหยวนดัชนี SET ช่วงเช้าปิดลบ 1,361.69 จุด (-1.44 จุด,-0.11%) กรอบ 1,354-1,363 จุด มูลค่าการซื้อขาย 13,229.927 ล้านบาท เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขาย ICT BANK ENERG CONMAT TRANS COMM PROP FOOD PETRO ตามลำดับขณะที่คาดว่าในไตรมาส 4/2558 กำไรสุทธิจะดีกว่าไตรมาส 3/2558 ที่มีกำไรสุทธิ 62.93 ล้านบาท เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 6,600 ล้านบาท ซึ่งทยอยรับรู้ในปีนี้ถึงปีหน้า ส่วนรายได้คาดว่าจะเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้ 3,500 ล้านบาทขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ 59 เติบโต 20% จากปีนี้ 1.6 พันล้านบาท จากการรับรู้รายได้งานในมือ (Backlog) ในปีหน้าทั้งหมด 740 ล้านบาท แบ่งเป็นงานก่อสร้างสถานีวัดและระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ มูลค่า 665 ล้านบาท และงานในกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์อีก 75 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะมีการประมูลงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยบริษัทได้สรรหาทีมงานเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับงาน ซึ่งปัจจุบันบริษัทสามารถรับงานได้เต็มที่ 2-3 งานต่อปี。 อีกทั้งในปีหน้าธุรกิจออกแบบและจำหน่ายระบบปั๊มอุตสาหกรรมจะเป็นพระเอกในการผลักดันรายได้ของบริษัท เพราะมีสินค้าใหม่ออกวางตลาดหลังจากบริษัทได้เป็นตัวแทนจำหน่ายปั๊มอุตสาหกรรมแบรนด์ ITT Goulds Pumps ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลก ทำให้บริษัทเชื่อว่าจะสร้างยอดขายที่ดี และส่งผลให้สัดส่วนรายได้ในธุรกิจดังกล่าวเพิ่มเป็น 25% จากปีนี้อยู่ที่ 10% ส่วนรายได้จากธุรกิจก่อสร้างสถานีวัดและระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือ 50% จาก 60% ในปีนี้ และธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์จะอยู่ที่ 25% จากปีนี้ 30%โดยในบ่ายวันเดียวกัน (2 ธ.ค.) คณะกรรมการ กทค.จะประชุมเพื่อรับรองการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ และสำนักงาน กสทช.ได้นัด TRUE รับมอบใบอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ต ในวันศุกร์ที่ 4 ธ.ค.58,แจก เครดิต ฟรี 2019,ตลาดภาคเช้าปิดเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งช่วง จากการปรับตัวลดลงของหุ้นในกลุ่ม ICT ที่ยังมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงท้ายจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาบ้างในกลุ่มขนส่งก็ตาม ขณะที่ตลาดหุ้นรอบบ้านส่วนใหญ่จะปรับตัวลดลงจากความกังวลเศรษฐกิจของประเทศจีน (ตลาดหุ้นจีนลดลงกว่า 2%จากปัจจัยเรื่องที่กลับมาซื้อขายหุ้น IPO วันนี้เป็นวันแรกที่อาจจะเป็นการดึงเงินออกจากตลาด) SET พรุ่งนี้ฟื้นหลัง MSCI ปรับน้ำหนักการลงทุนไปแล้ว CPN เปิด เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ มูลค่า 6 พันลบ. โดยมีการจัดสรรหุ้นไอพีโอจำนวนทั้งหมด 1,439,722,300 หุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 197,222,300 หุ้น และหุ้นสามัญเดิมของบริษัทฯ ซึ่งเสนอขายโดย บมจ. ปตท. จำนวน 1,242,500,000 หุ้น ทั้งนี้ราคาเสนอขายหุ้นไอพีโออยู่ที่ 9.00 บาทต่อหุ้น อนึ่ง จะไม่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินในการเสนอขายครั้งนี้นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.คาดว่าในปี 59 บริษัทในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ทั้งกัมพูชา,ลาว,เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) มีแนวโน้มเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีบริษัทในกลุ่ม CLMV ราว 5 บริษัท และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกประมาณ 1-2 กองทุน เตรียมยื่นแบบเสนอขายหุ้น(ไฟลิ่ง)เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และคาดว่าจะเห็นการเข้าจดทะเบียนในปี 60ความเห็น: ราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 19.10 บาท ย่อตัวเข้าเก็บ SET สัปดาห์หน้าไซต์เวย์อัพทั้งนี้ BWG รายงานผลประกอบการงวด 3 เดือนประจำไตรมาสที่ 3/58 มีกำไรสุทธิ 97.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.55% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้งวดสะสม 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 234.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.04% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 3/58 มีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัด หลังจากภาครัฐให้ความสำคัญบรรจุการจัดการกากอุตสาหกรรมเป็นวาระแห่งชาติ และบริษัทเดินหน้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง,ขณะที่บริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้จะโตขึ้น 12-15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 965 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิงวดปี 58 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ กำไรสุทธิอยู่ที่ 50.3 ล้านบาท สูงกว่ากำไรสุทธิทั้งปี 57 ที่ 48.5 ล้านบาทแล้ว เป็นผลมาจากการจำหน่ายสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งเป็นการพัฒนาศึกษาวิจัยโดยแพลนเน็ตคอม ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงโดยเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 29.7% จาก 27.2% ในปีก่อนนอกจากนี้ ในปีหน้าจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นและบุกไปยังจังหวะใกล้เคียงอันนี้จะเร่งยอดขายที่น่าจับตา และเรียกได้ว่ามีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง เนื่องจากมีความคล่องตัวสูงกว่าห้างใหญ่ๆ เด็กแนวมองว่า TNP คือหนึ่งในหุ้นคุณค่าราคราประหยัดให้เป้าปี 59 ยาวๆ ไป 2.40 บาทเป็นอย่างน้อย สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) TPCH มูลค่าสูงสุด 667.5 ลบ. ,กราฟประกอบข่าว ASPEN, ราคาปิด ณ วันที่ 27 พ.ย.58ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOTปิดตลาดรอบเช้า (30 พ.ย.) อยู่ที่ 310.00 บาท บวก 4.00 บาท หรือ 1.31% สูงสุด 312.00 บาท ต่ำสุด 307.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 609.31 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยโดยรวมลบ 1.44%หุ้นแนะนำ : ยังชอบชุดหุ้น SPALI ROBINS BH TCAP และ เก็งกำไร BECLGFZ15/18,070。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’