New Leaders Forum

ลอตเตอรี่ 1 มกราคม 2563: Security and the Life Sciences

ฟังลอตเตอรี่สด, ดัชนี 1,382.06 เปลี่ยนแปลง +9.61 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,032 ลบ.ส่วนรายได้ในปีนี้ยังมั่นใจว่าจะทำได้ 1 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 3% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 9.92 พันล้านบาท โดยในครี่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 4.79 พันล้านบาท โดยรายได้ในปีนี้แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติก 7.2 พันล้านบาท รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์เมลามีน 2.15 พันล้านบาท และธุรกิจเทรดดิ้ง 650 ล้านบาทขณะเดียวกันคาดว่าภายในไตรมาส 3/58 บริษัทจะได้รับใบอนุญาตมาตรฐานถังขนาดใหญ่ 420 ลิตร จากประเทศสหรัฐอเมริกา และในสหภาพยุโรป โดยจะเริ่มส่งสินค้าไปจำหน่ายได้ในช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป โดยเบื้องต้นตั้งเป้าส่งออกถังเดือนละ 1,250 ใบ หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท/ปี นอกจากนี้การขยายกำลังการผลิตโรงงานถังซ่อมที่คาดว่าจะใกล้เสร็จในช่วงปลายปีนี้ จะส่งผลที่ชัดเจนต่อยอดขายและกำไรในปีหน้า。 แนะนำซื้อ KTC โดยมีแนวรับที่ 92.00 และ 91.00 และมีแนวต้านที่ 95.00 และ 98.00 เป็นจุดขายทำกำไรโดยดัชนี Stoxx Europe 600 เปิดตลาดร่วงลง 1.3% แตะที่ 358.12 จุดแนวโน้มภาคบ่าย: ยังผันผวนในกรอบสำหรับเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน ลงทุนในโรงงานผลิตเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและเสาโทรคมนาคมในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนกิจการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัทในอนาคตอย่างไรก็ตาม ทอท.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) สายการบินที่ให้บริการ ณ ทดม.บริหารการจัดระยะเวลาของแต่ละเที่ยวบิน เพื่อให้กระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารน้อยที่สุด โดยไม่ให้ผู้โดยสารตกค้างภายในอาคารผู้โดยสาร หากการปิดซ่อมแซมทางวิ่งส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสาร ทอท.จะอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร PAP ลดเป้ารายได้ปีนี้เหลือต่ำกว่าปีก่อน แต่คาดทั้งปีมีกำไรแม้ H1 ขาดทุน แนวโน้มภาคบ่าย: ยังผันผวนในกรอบด้านกราฟจะเห็นว่าราคาหุ้นนั้น bottom สุดๆ ควมเสี่ยงในการปรับตัวลงจากนี้ถือว่าต่ำมาก ขณะที่ MACD มี Divergence รองรับอยู่แล้วจะทำให้ราคาหุ้นค่อยๆ ฟื้นตัวหรือกระชากแรงก็สุดแท้แต่ โดยแท่งเทียนเกิดรูปชายธง แสดงว่ากำลังจะไปข้างหน้าแล้วนั่นเอง ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านหยวน หรือ 2.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านทางข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) อายุ 7 วัน เพื่อบรรเทาภาวะสภาพคล่องตึงตัวนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลภาคการผลิตที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิต อยู่ที่ระดับ 51.1 ในเดือนส.ค. ลดลงจากระดับ 52.7 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ด้านมาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน จากระดับ 53.8 ในเดือนก.ค. เงินเยนอยู่ที่ระดับ 120.07 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 120.08 เยน/ดอลลาร์ สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 2 ก.ย.58,โดยการนำบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เวียดนาม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ SITHAI เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) นั้นได้ตั้งบมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และจะมีการยื่นไฟลิ่งในช่วงเดือนกันยายนปี 59 และคาดว่าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ภายในเดือนเมษายน 60 โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจและหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนทางการเงินถูกกว่าการกู้เงินสถาบันการเงินในประเทศเวียดนาม、ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะหุ้นTNPC ราคาปิด 2.14 บาท มองตลาดยังมีโอกาสปรับขึ้นไปปิด Gap ที่ระดับ 1408 จุด โดยเน้นทยอยขายทำกำไรตามแนวต้าน 1388 1408 โดยพยายามลดพอร์ตให้เหลือ 40% จากก่อนหน้านี้ 60% เนื่องจากที่ระดับ 1400 จุดจะเทียบเท่ากับระดับ Forward P/E เฉลี่ย 14.6 ที่สถาบันเคยเข้าซื้อ กอปรกับการที่สถาบันเริ่มกลับมาทยอยขายในระยะสั้น จึงเชื่อว่าการปรับขึ้นเริ่มจำกัดแล้ว ทั้งนี้ทางฝ่ายมองเป้าดัชนีสิ้นปีที่ 1430。

รมช.คมนาคม เร่งประมูลรถไฟทางคู่ 6 เส้นทางในปีนี้-จี้ขสมก.จัดหารถเมล์ NGV MEGA สรุปดีลร่วมทุนผลิตยาในอินโดฯ คาดรายได้-กำไรปีนี้โตเกินเป้าสำหรับสินค้าใหม่ในปีนี้มีการทยอยออกมาเรื่อยๆ เนื่องจากสินค้ากล้องเป็นไปตามความนิยม ดังนั้น สินค้าโมเดลหนึ่งจะมีระยะเวลา 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง ซึ่งแนวโน้มตลาดกล้องปี 59 น่าจะดีขึ้นจากช่วง 2-3 ปีก่อนหน้าที่ตกมาตลอดราว 30-40% ต่อปี ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/58 ยังหดตัวในอัตรา 2 หลัก แต่มาเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 2/58 เนื่องจากกระแสการใช้กล้องเปลี่ยนไปแล้ว อาจจะยังมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอยู่บ้าง แต่เชื่อว่ากล้องจะไม่ถูกกระทบโดยตรง เพราะสามารถใช้คู่กับสมาร์ทโฟนที่ยังได้รับความนิยมอยู่ สำหรับการปิดซ่อมแซมระยะที่ 2 จะดำเนินการระหว่างวันที่ 23 26 กันยายน 2558 ปิดทางวิ่งเพิ่มอีก 300 เมตร รวมเป็น 800 เมตร โดยจะปิดซ่อมแซมเฉพาะช่วงเวลากลางคืน คือ เวลา 20.00 06.00 น. เป็นช่วงเวลาที่มีอากาศยานทำการบิน ขึ้น ลงจำนวนน้อย และสามารถใช้ทางวิ่งเส้น 03L/21R เพียงเส้นเดียวในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการอย่างมีนัยยะเพิ่มเติมจากการซ่อมแซมในระยะที่ 1HMPRO Short Sell แนวรับ 6.85 แนวต้าน ([email protected])7.25 ตัดขาดทุน 7.35BIG ราคาปิด 1.15 บาท ด้านนายสุรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า PTT Group ESTS Collaboration เป็นแบบอย่างในการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจพลังงานเพื่อเข้าสู่รูปแบบของธุรกิจใหม่ๆ อีกทั้งยังเป็นการให้บริการที่มีวิสัยทัศน์ออกไปนอกกลุ่ม ปตท. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม สร้างความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต,ข้อมูลประสิทธิภาพการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐช่วยสกัดปัจจัยลบจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 4.7 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 455.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 100,000 บาร์เรล, จากการที่ระยะสั้นมองการปรับขึ้นน่าจะเริ่มจำกัดแล้ว จึงน่าเริ่มคิดถึงการทยอยทำกำไร โดยแนะนำให้ทยอยทำกำไรในช่วง 1388 1408 โดยพยายามปรับลดขนาดพอร์ตลงจากก่อนหน้านี้ 60% ให้เหลือ 40% ทั้งนี้เป้าหมายดัชนีของทางฝ่ายปีนี้ประเมินที่ 1430 จุด、slot ฝาก 100 ได้ 300、โดยกำหนดจำนวนหุ้น IPO 187.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท หรือคิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนของบริษัทภายหลัง IPO โดยคาดว่าจะเสนอขายหุ้นไอพีโอและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 58?หลังจากแนะนำให้เข้าเทรดดิ้งไปตั้งแต่รอบก่อน แต่ราคายังไหลลงทำจุดต่ำใหม่ต่อเนื่อง ก่อนที่จะเริ่มทรงตัวได้ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีสัญญาณสวนทางเชิงบวก(Bullish divergence) รวมทั้งสัญญาณบวกจากการฟอร์มตัวของ Indicators สนับสนุนอีกครั้ง ทำให้ยังน่าสนใจซื้อเพื่อเทรดดิ้งลุ้นรีบาวด์ได้อีกบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุหลักทรัพย์ใน Turnover List (บัญชี Cash Balance)คาดหลักทรัพย์ที่มีโอกาสติด Cash Balance สัปดาห์หน้า : ATP30, AJD*, MIDA*, PSTC*SAMART ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวขึ้นด้วยรูปแบบ Double Bottom สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือนได้อีกครั้ง พร้อมปริมาณการซื้อหนาแน่น เครื่องมือชี้ทิศทาง DI+ พุ่งชี้ขึ้น มีโอกาสแกว่งขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกบริเวณ 20.70 และถัดไปที่ 21.40 บาท “เอสซีไอ อีเลคตริค” เดินสายโรดโชว์ก่อนขาย IPO ยันเข้าเทรดในปีนี้APURE (1.39 บาท)กลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: มองกรอบบนถูกจำกัดที่ 1380-1385 จุด และการขึ้นทะลุผ่าน จำเป็นต้องมีปัจจัยหนุนช่วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็น ส่วนกรณีกลับมาอ่อนตัวต่ำกว่า 1363 จุด ให้ระวังภาพของการถดถอยที่ชัดขึ้น โดยมีแนวรับที่ 1350 และ 1330 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ การเก็งกำไร เน้นระยะสั้น และให้ระวังเมื่อต่ำกว่า 1363 จุด จะเริ่มเป็นสัญญาณลบ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำ ตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ CHG (รับ 2.00 ต้าน 2.12 Cut 1.94) และ MCS (รับ 10.20 ต้าน 10.80 Cut 9.90), นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนแรกภายใต้วงเงินราว 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งจะเร่งรัดการใช้จ่ายให้เม็ดเงินลงสู่ระบบภายในปีนี้ เพื่อให้เห็นผลในระยะสั้นโดยเร็วจากการหมุนของเม็ดเงินดังกล่าว และต่อจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อฟื้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป UAC ฟุ้งผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังโดดเด่น จ่อสรุปดีลซื้อกิจการด้านพลังงานทดแทนS50U15/892.80 Short เปิดได้ตอนเช้าที่ 893 จุด ถือรอทำกำไร 888 จุด หรือต่ำกว่า ตัดขาดทุนเหนือ 897 จุด KKP คาดสินเชื่อ H2/58 ทรงตัว หลังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของศก.ไทย。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.