Flashpoints | Politics | East Asia

gclub8 line: Was Taiwan Ever Really a Part of China?

online casino no wagering,NUSA (ราคาปิดภาคเช้า 0.56)กลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: คาดแกว่งแคบไปจนถึงมีโอกาสชะลอตัว ตามสัญญาณทางเทคนิคในระยะสั้น โดยหากหลุดต่ำกว่า 1,276 จุด จะเป็นสัญญาณที่ชัดขึ้น และ SET จะย่อตัวลงไปหา 1,260-1,270 จุด อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมช่วงนี้ เรายังมองหากไม่ต่ำกว่าแนวรับดังกล่าว คาด SET ยังฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ กลยุทธ์ ยังเน้นเพียงการเก็งกำไรในรอบสั้นๆไปก่อน โดยรอซื้ออีกครั้ง ตามแนวรับ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ AUCT (รับ 10.20 ต้าน 11.00 Cut 9.90),ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.40-3.90 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.38 บาท、cs 1.6 browser、สำนักงานเศรษฐกิจอุสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) เดือนธ.ค.อยู่ที่ 105.07 ขยายตัว 1.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์จากคอนกรีต เครื่องประดับ น้ำมันประกอบอาหาร,MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 40โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ผลการดำเนินงานประจำปี 58 พลิกขาดทุนสุทธิเนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายที่ลดลง เนื่องจากภาพรวมราคาน้ำมันดิบในปี 2558 มีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่องSAWAD ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 44.50-45.75 บาท แนวต้าน 48.25-49.50 บาท, นิกเกอิปิดเช้าลบ 88.36 จุด ตลาดจับตาผลประชุม BOJMINT ราคาถอยมาสร้างฐานแถว 30.5 ก่อนดีดตัวขึ้นมาแกว่งตัวบนเส้นเฉลี่ย 5 วัน ล่าสุดทำจุดสูงระยะสั้นขึ้นใหม่ด้วย Vol. ที่เพิ่มขึ้น ด้าน MACD แกว่งตัวเหนือค่าเฉลี่ยตัวเอง มีแนวโน้มจะกลับขึ้นแดนบวก สนับสนุนโอกาสราคาจะมีแรงยกตัวเข้าหาจุดสูงก่อนหน้าดัชนี MSCI Asia Pacific Index ปรับลง 0.2% เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ตามเวลาโตเกียวในวันนี้นอกจากนี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ 3 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเข้าไปซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยใช้เงินลงทุน 1 พันล้านบาท และเงินลงทุนอีก 2 พันล้านบาท จะเป็นการปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายย่อย โดยผ่านแบรนด์ เจ มันนี่ (J-Money) โดยวางเป้าหมายใน 2-3 ปีข้างหน้า จะปล่อยสินเชื่อเติบโตปีละ 2 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 597 ล้านบาทขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนก็ได้อัดฉีดเม็ดเงินไปแล้ว 4.4 แสนล้านหยวนทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงเงินกู้ก่อนหน้านี้ที่ครบกำหนดชำระจำนวน 1.90 แสนล้านหยวน จึงส่งผลให้ในสัปดาห์นี้ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินไปจำนวนทั้งสิ้น 5.90 แสนล้านหยวน ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2556Cut loss : 6.00 ,แนวรับ : 1.99 +/-BBL ราคาถอยลงมาสร้างฐานโค้งในโซนต่ำแถว 143 ล่าสุดดีดตัวเหนือเส้นเฉลี่ยระยะสันI และผ่านเส้นกด ด้าน MACD มี divergence เชิงบวก และขยับขึ้นมาใกล้แนวเส้นศูนย์ มีแนวโน้มจะกลับขึ้นแดนบวก สนับสนุนโอกาสที่ราคาจะมีแรงยกตัวเข้าหาจุดสูงก่อนหน้าเนื่องจากนักลงทุนขานรับมติของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ให้ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่เงินวอนแข็งค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐโดยราคาหุ้น EFORL ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 0.59 บาท ในวันที่ 31 ม.ค.57。

ขณะที่ล่าสุด บริษัทได้รับความเชื่อมั่นในการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล โดยได้เซ็นสัญญากับผู้ซื้อเม็ดพลาสติกรีไซเคิลอย่างเป็นทางการกับผู้ประกอบการผลิตพลาสติก 8 บริษัททั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทในประเทศไทย ได้แก่ CMT Polymer, เดก้า คัลเลอร์โปร, แสงรุ่งเรือง, KP holding, Mega Polymer บริษัทจากประเทศจีน ได้แก่ บริษัท Lianda (Zhajiagang, China), Guorui Plastic (Gvangzho, China) และบริษัทจากประเทศมาเลเซีย ได้แก่ บริษัท Asarama (Klang, Malaysia) ทั้งนี้ จากการเซ็นสัญญากับ 8 บริษัททำให้บริษัทมีออเดออร์เข้ามาแล้ว 6,300 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่างานในมือ (Backlog) มูลค่า 94.5 ล้านบาทสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 0.3 ดอลลาร์ หรือ 0.03% ปิด (29 ม.ค.) ที่ 1,116.40 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 1.1 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 14.243 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 6.4 ดอลลาร์ หรือ 0.74% ปิดที่ 874.30 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 1.3% ปิดที่ 498.50 ดอลลาร์/ออนซ์ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ GDP ไตรมาส 4 ของฟิลิปปินส์ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งนั้น มาจากการที่รัฐบาลใช้มาตรการต่างๆเพื่อหนุนการใช้จ่าย ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็ปรับตัวสูงขึ้นด้วยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวานนี้ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25-0.50% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์กันไว้ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่แล้วเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2549 ขณะเดียวกันเฟดได้แสดงความกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับภาวะผันผวนในตลาดการเงิน และการชะลอตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ,นอกจากนี้ยังแนะนำให้อาเซียนเชื่อมโยงการผลิตระหว่างกันตลอดสายการผลิต เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งไทยพร้อมเป็นฐานการฝึกอบรม ให้ความรู้ผู้ประกอบการอาเซียนในการพัฒนาการผลิตสินค้าให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะมีสถาบันการศึกษาอยู่ใกล้ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จ.ขอนแก่น จ.อุบลราชธานี โดยเจโทรจะช่วยประสานนำผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้านมาพัฒนาทักษะ มาตรฐานวิชาชีพด้านต่างๆ ให้เป็นสากลมากขึ้น ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์ในแง่การแก้ไขปัญหาขาดแคลนช่างเทคนิคในระยะสั้นด้วย , หนีไม่พ้น! TRUE ซบอก ผถห.เดิม ออก RO 6 หมื่นล้านจ่ายค่าประมูล 4G เกาะติดหุ้นเด็ด เด็กแนว ราคาปิดประจำวันที่ 29 ม.ค. 59,พร้อมทั้งนำเสนอนโยบายปีแห่งการลงทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อม และเพิ่มแรงจูงใจให้นักลงทุนจากต่างประเทศในการเข้าร่วมลงทุนในไทย ผ่านการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนรูปแบบต่างๆ ให้กลุ่มนักลงทุนจีนทราบ พร้อมทั้งเชิญชวนให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนไทยในสัดส่วนมากขึ้นหุ้นอาลีบาบาปรับขึ้น 3.77% หุ้นพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P G) หุ้น 3M และหุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 2.5% หลังจากบริษัทเหล่านี้เปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด, หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นขานการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้นเชฟรอน คอร์ป พุ่งขึ้น 4% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ทะยานขึ้น 8.1% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 7.8% และหุ้นเรนจ์ รีซอสเซส ปรับขึ้น 7.9%、สัญญาทองคำปิดอ่อนแรงลง หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นให้อยู่ในช่วง 0.25-0.50% ขณะเดียวกัน เฟดไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในเดือนมี.ค.นอกจากนี้ เฟดยังได้แสดงความกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับภาวะผันผวนในตลาดการเงิน และการชะลอตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐโดยมีเป้าหมายลูกค้า 5 หมื่นรายในปีหน้า จากการเข้าไปร่วมงานกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากจะขายของได้แล้ว ยังได้ค่าสมาชิกรายเดือนจากการสมัครใช้โปรแกรมอินเตอร์เนตต่างๆ ด้วย นอกจากนี้การก้าวหน้าของระบบจะทำให้มี content เกิดขึ้นมากมายในชีวิตดิจิตอลอนาคต ถือว่า PCA น่าจับตาอย่างมาก และในแง่ผลประกอบการถือว่าเติบโตในระดับที่ดีทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เบื้องต้นสำหรับไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ขยายตัวเพียง 0.7% โดยลดลงจาก 2.0% ในไตรมาส 3 และต่ำกว่าระดับ 3.9% ในไตรมาส 2 ข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอขณะเดียวกัน การอัดฉีดเงินดังกล่าวยังช่วยชดเชยกับกระแสเงินทุนไหลออกจากจีน ขณะที่นักลงทุนต่างก็ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าในต่างประเทศ ท่ามกลางความวิตกที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีนPCA ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ ที่บริษัทอาจะได้รับออเดอร์ขนาดใหญ่จาก JAS หลังจากที่นำเสนอสายนำสัญญาณที่ใช้ในระบบ 4G ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้ผลเร็วๆ นี้ และจะทำให้บริษัทมีรายได้ก้อนโตเกิดขึ้น ยังไม่นับความร่วมมืออื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า เพราะ PCA นั้นเป็นผู้นำในการทำอินเตอร์เนตใยแก้วความเร็วสูงติดตั้งให้กับโครงการคอนโดต่างๆแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) มองว่าตลาดฯคงจะแกว่งไซต์เวย์ พร้อมให้แนวต้าน 1,300 จุด ส่วนแนวรับ 1,260 จุด ในทางกลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำให้ขายเมื่อราคาหุ้นขึ้นแรง และให้ซื้อเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงแรง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความคืบหน้าของการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ซึ่งไทยแจ้งว่า อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบของเข้าร่วมความตกลงดังกล่าว โดยไทยขอให้ JETRO ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลต่าง ๆ ของญี่ปุ่นเกี่ยวกับความตกลง TPP ด้วย สำหรับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) นั้น คาดว่าจะสามารถสรุปผลการเจรจาได้ภายในปี 59 ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาเมนูกับข้าวอาหารไทย เช่น ขาหมู หมูแดง หมูกรอบ ข้าวหน้าไก่ ข้าวอบหนำเลี๊ยบ กะหล่ำปลีตุ๋นเห็ดหอม ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มกับข้าวที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคคนไทย หลังจากในช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ บมจ.ไทยโฮมฟู้ด (กรุงเทพฯ) เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจดังกล่าว โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจได้ภายในกลางปีนี้ ,ทั้งนี้ SAMTEL คาดมีโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้าร่วมประมูลในปีนี้ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท โดยคาดว่าน่าจะเซ็นสัญญาได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีงานในมือแล้ว (Backlog) อยู่ 8,200 ล้านบาท นอกจากนี้เตรียมแผนลงทุน 2 หมื่นล้านบาทในปีนี้ ทั้งธุรกิจพลังงาน ไอซีที และโมบาย ราคาน้ำมัน WTI ดิ่ง หลังการเจรจาของรัสเซีย-โอเปกลดผลิตน้ำมันส่อเค้าล้มเหลว。

John Cena’s apology is a good opportunity to look back at the historical reality of Taiwan’s status and identity over the last 200 years.

Was Taiwan Ever Really a Part of China?

Longshan Temple in Taipei, Taiwan.

Credit: Depositphotos

The actor and professional wrestler John Cena recently made news around the world for first referring to Taiwan as “the first country” where people would be able to see his new movie, “The Fast and the Furious 9,” then apologizing for an unspecified error in that statement when it brought a backlash from people within China.

Not to criticize Cena – indeed, I applaud him for his rare decision to learn Chinese and interact with native speakers in their own language – but these events nevertheless reveal important and persistent misunderstandings about Taiwan.

Cena’s apology highlights two things: the power of ideas – in this case, the idea that Taiwan is an “integral part of China’s historical territory” – and the geopolitical and economic power of countries like China to shape opinions and actions both domestically and around the world. These two forms of power coincided in these recent events. Let’s take this opportunity to better understand the history that lies behind such ideas, at a moment when Taiwan has received much deserved attention for its successful management of the COVID-19 pandemic.

The oft-repeated dictum about Taiwan’s territorial status was not widely held within China in 1895, the year that the Qing Dynasty ceded Taiwan, which it had annexed in 1684, to Japanese colonization. When Qing officials received Japan’s territorial demands in the wake of the First Sino-Japanese War, they ardently defended the Liaodong Peninsula, in Manchuria, as essential imperial territory, but viewed Taiwan as a shield that could be surrendered. Although some individuals insisted that Taiwan must be retained, or at least not surrendered to Japan, most viewed it as less important than Liaodong.

Taiwan’s relative standing reflected the fact that knowledge within the Qing government of Taiwan’s geography was so limited that it was not until the 1870s that serious efforts began to govern the majority of the terrain. Similarly, an official handbook for Fujian Province from 1871 presented a vague description for the location of Diaoyutai – today a hotly contested site that also often gets the label of “an integral part of Chinese territory since ancient times” – and described it as a place where “over a thousand large ships” could berth.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

These opinions and depictions do not suggest that Taiwan and its environs rose to the level of integral territory for Qing-era Chinese. Historians have shown that popular and official discussion of Taiwan as a part of China, and formal efforts to gain control of Taiwan by the government of the Republic of China (ROC) and its ruling Nationalist Party, originated in the 1930s and 1940s, within the context of anti-Japanese sentiment and war.

Within Taiwan itself, officials and elites expressed strong opposition to the act of incorporation into Japan’s empire and launched a number of rhetorical, diplomatic, and military endeavors to prevent this colonial occupation. However, some attempted to avoid colonization only by Japan and were amenable to annexation by Britain or France instead. More significantly, at the end of a two-year period in which, as stipulated by the Treaty of Shimonoseki that ended the war, all Qing subjects residing in Taiwan had the opportunity to decide if they would stay there or live in China, less than 10,000 out of roughly 2.5 million inhabitants had crossed over the Taiwan Strait. Thereafter, although both violent and non-violent resistance to the Japanese colonial regime remained a recurring feature of Taiwan’s history, it was couched in terms of preventing either encroachment into indigenous lands or the eradication of social and religious practices, and rarely if ever in the language of reunification with China. Taiwanese remained interested in China, of course, but as a source of inspiration for local cultural and political movements, an ancestral homeland to be visited, or a site for lucrative business activities. However, as the Taiwanese author, Wu Zhuoliu, highlighted with the main character in his novel, “Orphan of Asia,” many of the Taiwanese who went to China felt unwelcome there and disconnected from it.

In more historical terms, a number of scholars, including myself, have demonstrated the creation of distinctive Taiwanese identities during the years of Japanese rule. Far from following the intentions of Japanese assimilation policies, residents of Taiwan drew upon their cultural heritage, new professional and labor associations, globally circulating ideas of self-determination and participatory politics, and modern cosmopolitanism to forge new identities. They displayed their new consciousness in calls for independence from Japan, drives for voting rights and an autonomous legislature for Taiwan within the Japanese Empire, and a wide range of social and cultural behaviors, from local politics to social work to religious festivals. Some inhabitants focused on nationalism and political independence, whereas others concentrated on ethnic community within a pluralistic political entity. All of these behaviors clearly distinguished them from the Japanese settlers and the colonial government that attempted to transform them into loyal Japanese subjects. Instead, a majority of the population became Taiwanese, albeit in ways that excluded Taiwan’s indigenous peoples.

That they had not remained Chinese – at least not as people and the government in China defined that term during the early 20th century – became very clear to everyone on the scene soon after the end of World War II. Although the rhetoric of the ROC government stressed reunion and recovery, and used the term “retrocession” (guangfu) to describe Taiwan’s incorporation into its territory, government officials looked upon the Taiwanese as people who had been tainted by Japanese influence and needed to be remade as Chinese citizens.

Those Taiwanese themselves displayed genuine enthusiasm for the end of Japanese rule and the arrival of Chinese civilian and military representatives in October 1945, but quickly realized the vast distance between how they saw themselves and how they were perceived by the new governing regime. They had forged their identities in burgeoning modern metropolises and in relation to modern capitalist industries, and yet the Chinese government described them as backward. Those with roots in China had centered religious practices in their new identities to resist Japanese assimilation, and now the ROC government targeted those practices for suppression as pernicious traditions. Even though many Taiwanese learned the new national language of Chinese, as they had Japanese before, they felt no connection to the national struggles and heroes that they were now told to embrace.

All of these markers of separation were evident before 1947, when the divergence between Taiwanese and Chinese came into high relief during the 2-28 Uprising and its brutal suppression by Nationalist Chinese military forces, and the White Terror that began soon thereafter. Political opposition to the Nationalist Party and pro-independence sentiment went underground or overseas, but Taiwanese identities intensified. Although sharp divisions continued to exist between indigenous and non-indigenous populations, by the 1990s many defined “Taiwanese” to include both groups. Decades of single-party rule under martial law by Chiang Kai-shek’s regime did not effectively instill most of Taiwan’s residents with a new sense of Chinese national identity. Indeed, most of the roughly 1 million people who left China for Taiwan, and their descendants, came to identify themselves with Taiwan, not China.

The ROC nevertheless successfully continued Taiwan’s condition of political separation from China, a fact that has been in existence now for almost all of the past 126 years, and it has maintained full sovereignty for about seven decades. Chinese insistence on the idea of Taiwan as a part of China has failed to convince the roughly 23 million Taiwanese.

As Cena’s apology shows, Chinese views have been much more effective in shaping international opinion, but they do not change Taiwan’s modern history or the reality that Taiwan is a country. Individuals, countries, and companies can make their own choices about how to interact with China and its citizens, but they should do so with an accurate understanding of the underlying history.