ASEAN Beat | Politics | Southeast Asia

mm88win v8: Vietnam Approves Chinese COVID-19 Vaccine, Reluctantly

วิธีรวยจากการพนัน,บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่าแนะซื้อ TIPCO ราคาพื้นฐาน 16.89 บาท (เดิม 14.67 บาท) การที่มีหุ้นบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ต้นทุนต่ำเพียง 4.56 บาทต่อหุ้น หากปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีด้วยกำไรต่อหุ้นใน TASCO ที่ราคาหุ้นปัจจุบันของ TASCO จะได้มูลค่าที่ 15.21 บาท มีส่วนเพิ่ม 16% NCH รับมีผู้สนใจซื้อกิจการ แต่ไม่มีนโยบายขาย-เดินหน้าหาพันธมิตรขณะที่ น.ส.นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานบริการลูกค้าและช่องทาง ตลท.) กล่าวว่า ตลท.ยังคงเป้าหมายมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปีนี้ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 57 ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ตลท.เชื่อว่าครึ่งปีหลังทิศทางภาพรวมเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น ประกอบกับ ได้รับแรงกระตุ้นจากการลงทุนของภาครัฐเข้ามาหนุน และยังมีหุ้น IPO ที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีหลังอีกจำนวนมาก ส่งผลให้ทั้งปีน่าจะทำได้ตามเป้าหมาย,โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดการเจรจา 3 ฝ่าย เปิดเผยว่า บริษัททั้งสามจะร่วมทุนกันพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นรายโครงการ เบื้องต้นมีความสนใจพัฒนาโครงการแนวราบ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุน จำนวนโครงการ และทำเลที่ตั้งทั้งนี้ ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/58 ว่ามียอดขายอยู่ที่ 664.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ปริมาณขายโตถึง 14% เป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่ลดลงทำให้ราคาขาย และต้นทุนลดลงไปในทางเดียวกัน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 50.54 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 19 โดยสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองโบนัสค้างจ่ายให้ สอดคล้องกับผลประกอบการของงวดในขณะที่ปีก่อนจะบันทึกเมื่อจ่ายจริง และจากค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดในต่างประเทศแนวโน้มภาคบ่ายเชิงเทคนิค: ดัชนีช่วงเช้าปรับขึ้นทดสอบกรอบบนที่ 1,481 แล้วไม่สามารถผ่านได้ มีโอกาสที่ดัชนีจะกลับตัวขึ้นไปทดสอบอีกครั้ง เนื่องจาก RSI เข้าเขต Oversold อย่างมาก หากไม่สามารถทะลุต้านนี้ได้อีกครั้ง มีแนวโน้มที่ จะปรับตัวลงมาทดสอบกรอบล่างที่ 1,470, DNA ส่งบริษัทย่อยเข้าถือหุ้น เวิร์ล สปอร์ต กรุ๊ป ได้สิทธิบริหารสนามมวยลุมพินี ECB กับการบริหารจัดการระบบธนาคารพาณิชย์ในกรีซ ขณะที่ผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มอียูส่วนที่เหลือเป็นไปอย่างจำกัดภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในยูโรโซน หลังจากผลการลงประชามติระบุว่า ชาวกรีซมากกว่า 60% คัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดจากทางเจ้าหนี้ ส่งผลให้กรีซมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งอาจทำให้กรีซประสบภาวะล้มละลาย และต้องออกจากยูโรโซนหุ้นธนาคารรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ร่วงลง 1.9% หลังจากทางการสหรัฐได้แจ้งต่อรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ว่า ทางธนาคารอาจต้องจ่ายเงินจำนวนมากถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หากแพ้คดีเกี่ยวกับการจัดการตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน S50U15 เปิด Short ตามหลังหลุด 965 จุด โดยมีเป้าหมายที่ 955 จุด: การปรับลดลงต่ำกว่า 965 จุด เป็นโอกาสในการเปิดสถานะ Short ตาม โดยมีเป้าหมายการปรับลดลงไปที่ 955 จุด ระยะสั้น (แนะนำให้ ปิด สถานะ Short เพื่อทำกำไรที่ 955 จุด) ขณะที่กำหนด Trailing Stop ที่ 968 จุดนายไซเบิร์ตระบุว่า นางแมร์เคลจะเดินทางถึงฝรั่งเศสในช่วงบ่ายวันนี้ โดยหนึ่งในประเด็นที่นางแมร์เคลจะหยิบยกขึ้นมาหารือกับนายออลลองด์ก็คือ การประเมินสถานการณ์ร่วมกัน หลังชาวกรีซลงประชามติโหวต No เพื่อคัดค้านมาตรการรับเข็มขัดของกลุ่มเจ้าหนี้PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 675.46 ล้านบาท ปิดที่ 66.50 บาท ลดลง 1.50 บาทประเด็นข่าว : UREKA จับมือ GCAP ปล่อยสินเชื่อเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตรS50U15 เปิด Short ตามหลังหลุด 965 จุด โดยมีเป้าหมายที่ 955 จุด: การปรับลดลงต่ำกว่า 965 จุด เป็นโอกาสในการเปิดสถานะ Short ตาม โดยมีเป้าหมายการปรับลดลงไปที่ 955 จุด ระยะสั้น (แนะนำให้ ปิด สถานะ Short เพื่อทำกำไรที่ 955 จุด) ขณะที่กำหนด Trailing Stop ที่ 968 จุดสำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงกรีซอาจเกิดขึ้นหากผลการลงประชามติออกมาไม่ยอมรับแผนปฎิรูปของกลุ่มเจ้าหนี้ หรือหากรัฐบาลชุดนี้ประกาศลาออก จะทำให้โอกาสที่กรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือยืดเยื้อออกไป ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้แก่ ECB มูลค่า 3.5 พันล้านยูโร ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ และจากสถานการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) ของประเทศพัฒนาแล้วที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยสำคัญกดดันให้เม็ดเงินลงทุน (Fund flow) ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยไม่มากนัก รวมถึงการปรับลดประมาณการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงทำประมาณการ(Preview) ผลประกอบการในช่วงต้นเดือน อย่างไรก็ดีมองการย่อตัว (Downside) มีจำกัด และเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน ตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนคงวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในยูโรโซน หลังจากผลการลงประชามติระบุว่า ชาวกรีซมากกว่า 60% คัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดของเจ้าหนี้ ส่งผลให้กรีซมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งอาจทำให้กรีซประสบภาวะล้มละลาย และต้องออกจากยูโรโซนรวมถึงการขยายกำลังการผลิต Laminate Flooring จาก 6 ล้านตรม./ปี เป็น 10 ล้านตรม./ปี (เสร็จ 2Q58) ซึ่งจะทำให้ VNG สามารถเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมตลาดทุก Segment โดยเฉพาะตลาดกลาง-บน สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม คือ ธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยใช้เชื้อเพลิงจากเศษเหลือใช้และความร้อนทิ้งจากกระบวนการผลิต น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในปีนี้。

แนวรับ 1470 1460 1455ด้านนักลงทุนจับตาดูประเด็นนิวเคลียร์อิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังจากที่การเจรจาเมื่อวานนี้ระหว่างอิหร่านและและกลุ่ม P5+1 ซึ่งประกอบด้วย อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหรัฐ รวมทั้งเยอรมนี ยังไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ ส่วนในวันนี้ (7 ก.ค.) เป็นวันครบกำหนดเส้นตายสำหรับการหารือประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์ นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงผลกระทบหลังจากที่กรีซลงประชามติไม่ยอมรับเงื่อนไขของกลุ่มเจ้าหนี้ว่า อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเงินให้มีความผันผวนในระยะสั้น แต่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรง เนื่องจากไทยมีความเชื่อมโยงกับกรีซค่อนข้างต่ำ ทั้งในส่วนของภาคการเงินและการค้า และแม้จะมีผลกระทบทางอ้อมบ้าง แต่คาดว่าอยู่ในวงจำกัดกราฟโค้งตัวขึ้นแบบกะทะหงาย โดยล่าสุดราคาดีดตัวตัดเส้น EMA 10 วันขึ้นเป็นสัญญาณซื้อได้สวยงาม พร้อมทั้ง RSI + MACD ชี้ขึ้นสนับสนุนทิศทางจึงคาดว่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้"หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้นทรานส์โอเชียน และหุ้นเนชันแนล ออยล์เวลล์ วาร์โค ต่างก็ร่วงลงกว่า 5% ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดิ่งลงเช่นกัน โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอร์แรน ร่วงลง 3% หุ้นอินเทล และหุ้นไมครอน เทคโนโลยี ร่วงลงอย่างน้อย 1.7% ซึ่งหุ้นทั้งสองบริษัทปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วันทำการ"。 อย่าลืม 7 หุ้นร้อนเดินเข้า Cash Balance เริ่มวันนี้!นายทรงพล กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้ผ่านการสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย และจัดตั้งบริษัท ทีวีดี โบรกเกอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 4 ล้านบาท ซึ่งหากมีหลายบริษัทเข้ามาเป็นลูกค้าก็อาจเพิ่มทุน 10-20 ล้านบาท ถือว่าเพียงพอในการดำเนินกิจการเพราะอินฟราสตรัคเจอร์มีครบหมดแล้ว โดยมีฐานลูกค้า 3 ล้านคน ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้นำไปสู่การซื้อประกัน ทั้งนี้ บริษัททีวีดี โบรกเกอร์ ได้เริ่มดำเนินธูรกิจตั้งแต่ 1ก.ค.58 คาดว่าจะมีรายได้เข้ามาในไตรมาส 3/58 นี้,ก่อนหน้านี้นายธานินทร์ ตันประวัติ กรรมการผู้จัดการ ระบุเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 58 ว่า บริษัทฯคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท จากปัจุบันบริษัทฯมีงานในมือ (Backlog) ราว 180-200 ล้านบาท และคาดว่าจะมีงานใหม่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งจากภาครัฐและเอกชน อีกทั้งจะรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ให้ไม่ต่ำกว่า 25% จากการปรับลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องท่ามกลางวิกฤติกรีซที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากที่ประชาชนชาวกรีซได้ตัดสินใจโหวต No ในการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดตามข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้เพื่อแลกกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินนั้น ทางผู้ว่าฯแบงก์ชาติญี่ปุ่นระบุว่า ทางธนาคารกลางจะจับตาดูสถานการณ์ในตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด、นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนนำสนามมวย มาตรฐานและแบรนด์ ของสนามมวยเวทีลุมพินี ขยายออกไปสู่ต่างประเทศ โดยปัจจุบันมีประเทศที่สนใจศิลปะการชกมวยไทยทำเรื่องติดต่อเข้ามามาก ซึ่งคาดว่าเร็วๆ นี้จะมีบางประเทศเริ่มเปิดได้ ขณะเดียวกันภายหลังการเข้าทำรายการบริษัทคาดว่า WSG จะเป็นบริษัทร่วมทุนที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง จากการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และผลกำไรที่ดีให้แก่ WSG และ DNA ในอนาคตโดยสิ้นไตรมาส 2/58 ณ วันที่ 30 มิ.ย.58 บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 372 ล้านบาทต่อเดือนสูงกว่าช่วงก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่อยู่ในระดับ 50-60 ล้านบาทต่อเดือนราคาหุ้น JTS ณ เวลา 15.30 น.อยู่ที่ 1.51 บาท ปรับตัวขึ้น 0.17 บาทหรือ 12.69% มูลค่าซื้อขาย 51.19 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า เวลาสำหรับการนำเสนอข้อเสนอชุดใหม่ของนายกรัฐมนตรีกรีซใกล้จะหมดลงแล้วนายทรงพล กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้ผ่านการสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย และจัดตั้งบริษัท ทีวีดี โบรกเกอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 4 ล้านบาท ซึ่งหากมีหลายบริษัทเข้ามาเป็นลูกค้าก็อาจเพิ่มทุน 10-20 ล้านบาท ถือว่าเพียงพอในการดำเนินกิจการเพราะอินฟราสตรัคเจอร์มีครบหมดแล้ว โดยมีฐานลูกค้า 3 ล้านคน ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้นำไปสู่การซื้อประกัน ทั้งนี้ บริษัททีวีดี โบรกเกอร์ ได้เริ่มดำเนินธูรกิจตั้งแต่ 1ก.ค.58 คาดว่าจะมีรายได้เข้ามาในไตรมาส 3/58 นี้นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย. และสินเชื่อผู้บริโภคเดือนพ.ค. ส่วนวันอังคาร ธนาคารกลางสหรัฐจะเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงิน ประจำวันที่ 16-17 มิ.ย. วันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และวันศุกร์จะเปิดเผยสต็อกสินค้าและยอดค้าส่งเดือนพ.ค.ขณะที่มองว่าเป็นโอกาสที่นักลงทุนที่มีระยะเวลาถือครองหุ้น 1 ปีขึ้นไปสามารถเข้าลงทุนหุ้นแบงก์ได้ เพราะระดับมูลค่า(valuation) ในระดับปัจจุบันนับว่าหุ้นแบงก์น่าสนใจที่สุด และจะสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกได้สูงในอนาคตอีกทั้งมีต้นทุนพนักงานจึงทำให้อัตรากำไรชะลอเล็กน้อย แต่สิ่งแย่ๆ ได้ผ่านพ้นไปและสะท้อนในราคาหุ้นที่ลงมากว่า 60% แล้ว ตอนนี้ให้มาลุ้นเรื่องสำคัญคือการประมูลงานที่คูเวต ถ้าได้ถือว่าเป็นก้อนใหญ่ควรจะรู้ผลในเดือนกรกฎาคมนี้หลังจากอืดอาดมาร่วมปี อีกทั้งการเตรียมออกสินค้าใหม่ๆ เพิ่ม margin จะทำให้สามารถสร้างกำไรได้สูงขึ้น จาก concensus ของโบรกเกอร์ ไม่มีใครให้เป้าต่ำกว่า 7 บาททั้งๆ ที่ปรับกำไรลดลงแล้ว มองว่าไตรมาส 1 คือจุดต่ำสุด"ก่อนหน้านี้นายธานินทร์ ตันประวัติ กรรมการผู้จัดการ ระบุเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 58 ว่า บริษัทฯคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท จากปัจุบันบริษัทฯมีงานในมือ (Backlog) ราว 180-200 ล้านบาท และคาดว่าจะมีงานใหม่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งจากภาครัฐและเอกชน อีกทั้งจะรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ให้ไม่ต่ำกว่า 25% จากการปรับลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง",ที่มีเสน่ห์กว่านั้นคือขนาดของ Book value สูงถึง 1.5 บาท ดังนั้นราคาหุ้นในกระดานจึงต่ำว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท และยังไม่ได้บวก premium เพิ่มเข้าไป หากได้งานนี้มาอาจให้มูลค่าเป็น 2 เท่าของบุ๊คหรือเห็น 3 บาทอย่างหนีไม่พ้น ขณะที่กราฟดีดตัวผ่านจุด bottom และ MACD เกิดสัญญาณซื้อเต็มๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้ได้งานก่อนเข้าค่อยซื้อ กระแสมาก็สะสมกันไว้ เดี๋ยวข่าวประมูลออกราคาจะวิ่งคว้ากันไม่ทัน รอบนี้วัดกราฟที่ 1.50 บาท เป็นแนวสำคัญถ้าวิ่งผ่านไปได้ความแรงจะตามมาเลยราคาปิด 5.85 ตัดขาดทุน 5.55。

Struggling to contain an outbreak of COVID-19, Vietnam’s communist government swallows its pride.

This article is free

The Diplomat has removed paywall restrictions on our coverage of the COVID–19 crisis.

Vietnam Approves Chinese COVID-19 Vaccine, Reluctantly
Credit: Depositphotos

On June 4, the Vietnamese government approved its first Chinese-made vaccine for use against COVID-19, as the country struggles to contain its worst outbreak of the disease.

The announcement made China’s Sinopharm vaccine the third shot to be endorsed in Vietnam, alongside the AstraZeneca vaccine and Russia’s Sputnik V. The government has not announced any purchases of the vaccine, but unofficial reports indicate that China has pledged to provide Vietnam with 500,000 doses of the Sinopharm vaccine.

The decision came as Vietnamese authorities struggled to contain a stubborn fourth wave of COVID-19 cases, the country’s worst so far. This wave had caused over 6,500 infections as of June 9, accounting for about two-thirds of the total number of infections in Vietnam.

The outbreak has laid bare Vietnam’s glacial vaccine rollout, which has seen just over 1.3 percent of its population vaccinated as of June 7, according to the Our World In Data tracker, the lowest in Southeast Asia. Le Hong Hiep of Singapore’s ISEAS-Yusof Ishak Institute has put the slow distribution down to a combination of complacency, born of Vietnam’s world-beating containment of the virus for most of the past year, and difficulties in gaining access to sufficient supply of vaccines.

Another important factor that he identifies is Vietnam’s plan to prioritize the development of its own COVID-19 vaccines over acquiring supplies from overseas, which was intended to help “reduce reliance on imported vaccines and provide a nationalistic boost to its international image.”

This also explains the country’s reluctance to approve any Chinese-made vaccines, which have been purchased in large numbers by most of Vietnam’s Southeast Asian neighbors.

Vietnam’s government, entwined with China economically, and facing the hard edge of Chinese power in the South China Sea, has long sought to reduce its reliance on its giant northern neighbor.

This is all the more the case given the profoundly suspicious and fearful view that many ordinary Vietnamese have of China, with whose communist party the Vietnamese Communist Party retains close political and historical links.

Vietnam’s communist leadership has shown great caution in becoming further indebted to a nation that many Vietnamese – including many within the party and government – view with suspicion.

For this reason, Vietnam has been rhetorically supportive but standoffish toward China’s headline Belt and Road Initiative, and was also the first Southeast Asian nation to exclude the Chinese telecoms giant Huawei from any involvement in its 5G infrastructure. As with COVID-19 vaccines, it has chosen instead to develop its own homegrown 5G alternative.

But the complexity of creating vaccines has contributed to the country’s lack of progress and is threatening to ruin the successful containment efforts.

Approving the Chinese-made vaccine for emergency use is thus an indication of the Vietnamese government’s alarm, and an awareness that widespread vaccination is the only surefire guarantee of victory over the virus.

Yet it remains clear that Hanoi will not purchase any more Chinese vaccines than is strictly necessary. On June 3, the Ministry of Health announced that Vietnam had secured commitments by relevant suppliers to provide?120 million doses?this year, including shipments from Moderna, Sputnik V, AstraZeneca, Pfizer, and the global COVAX Facility.

Even if Vietnam’s government ends up accepting a few small shipments of Chinese-made vaccines, it will likely function much as the government’s claimed support for the BRI – as a nod to the two communist nations’ close ties. But even then, popular anti-Chinese sentiment is such that there are serious questions as to whether ordinary Vietnamese would agree to receive the Sinopharm jab.