Trans-Pacific View | Politics

ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล วัน ที่ 1 สิงหาคม 2563: The US Consensus on China Is Just a Mirage

crashlands multiplayer,สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET อ่อนตัวต่อ SET ฟื้นตัวสั้นๆ เพียงช่วงแรก จากประเด็นรัฐสภากรีซผ่านร่างแผนปฎิรูปฯ หลังจากนั้นกลับมาอ่อนตัวลงต่อ ด้วยแรงขายในสองกลุ่มหลัก คือ แบงก์ ซึ่งมีแรงขายออกมาอีกครั้งในหุ้น KBANK และ SCB หลังฟื้นตัวมาระยะหนึ่ง และกลับมากังวลงบฯจริงที่จะรายงานในสุดสัปดาห์นี้ รวมถึงกลุ่มพลังงาน ซึ่งอ่อนตัวลงตามราคาน้ำมันดิบ กดดัน SET ปิดที่ระดับ 1481.62 จุด -5.12 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.1 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และพลังงาน กดดันตลาดปิดลบ -1.1% และ -0.6% ตามลำดับ ขณะที่ICT ประคองตลาด ปิดบวก +0.5% ด้านตลาดภูมิภาคแกว่งแคบบวกลบคละเคล้าแนวโน้มการลงทุนพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) ทิศทางตลาดจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับผลการลงมติของรัฐสภากรีซคืนนี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เชื่อว่าตลาดจะตอบรับในทางบวกได้ พร้อมให้แนวรับ 1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1,500 จุด"ขณะที่บริษัทยังจะบันทึกกำไรจากยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เขาใหญ่อีกกว่า 50 ล้านบาท รวมไปถึงในช่วงปลายปีจะพิจารณาแบ่งขายที่ดินเปล่าบางส่วนที่จังหวัดพังงา ซึ่งมีอยู่กว่า 19-20 ไร่ด้วย นอกจากนี้ในส่วนธุรกิจเดิมก็จะเปิดตัวซอฟแวร์ใหม่ในช่วงปลายไตรมาส 3/58 ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยพัฒนากลุ่มธุรกิจเดิมให้มียอดขายกลับมาอยู่ในระดับที่ดีอีกครั้ง อีกทั้งบริษัทคาดว่าจะล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ทั้งหมด 303 ล้านบาทภายในปี 60 ซึ่งจะมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นตามลำดับ" , พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในงานสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2015 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยติดกับดักเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันที่ทุกภาคส่วนยังไม่มีความเข้มแข็ง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งโดยเฉพาะภาคการเกษตร ด้านสาธารณสุข ด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศ JAS-W3 เปิดเทรดที่ 1.92 บ. วอลุ่มกว่า 774.59 ลบ.ด้านนายอุปกิต ปาจรียางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร APU เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กำลังการผลิต 200 เมกะวัตต์ จากรัฐบาลเมียนมาร์ภายใน 2 เดือนนี้ และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างทันที ซึ่งจะใช้เงินลงทุนราว 240-250 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 60 ส่วนที่เงินลงทุนจะมาจากเงินกู้โครงการ (project finance) จากสถาบันทางการเงินภายในประเทศส่วนบริษัทร่วมทุนแห่งที่สองก็กำลังอยู่ในระหว่างการจองชื่อเช่นเดียวกัน จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจประเภทเป็นผู้สรรหาสินค้าเครื่องดื่มและสินค้าอื่นๆ ที่เหมาะสมในการจำหน่ายผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 20 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 2 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท) การเคลื่อนไหวของ SET lndex ในช่วงเช้าแกว่งออกข้างในกรอบแคบ มองอาการแล้วเสียวไส้ หากช่วงบ่ายดัชนีเกิดเลือกข้างด้วยการปรับลง คาดว่าจะลงวูบแรงทีเดียวจนต่ำกว่า 1,480 จุด และอาจยาวเลยเถิดจนลึกกว่า 1,476 จุด เงินบาทอ่อนค่าจากปัจจัยเป็นเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ส่วนปัญหาหนี้กรีซก็ต้องรอความชัดเจนยิ่งขึ้น นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 34.10-34.30 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทเปิด 34.18 อ่อนค่ารอบ 6 ปี หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ TKS (Bt 9.20 เป้าเทคนิค 9.50-9.90 cut loss ถ้าหลุด 9.05)มีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ 1,476: ดัชนีเกิดการฟอร์มตัวในรูปแบบ Three Black Crows มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อโดยมีแนวรับแรกที่ 1,476 และแนวรับสำคัญที่ 1,471TKS (BUY:TP11.40) : แม้ช่วง 2Q58 กำไรหดตัวแต่คาดกลับมาสดใสในช่วง 2H58 จาก Backlog ที่มีอยู่ 600 ลบ. อีกทั้งล่าสุดความคืบหน้าในร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวยังเป็น sentiment เชิงบวกต่อการรับงานพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยช่วง 2 ปีนี้ คาด EPS โตเฉลี่ยปีละ 16.7% + มี Upside 23.9% และคาดให้ Div. Yield ปีละ 7.2% จึงคงแนะนำซื้อโดยราคาหุ้น TMC มีการปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.58 ที่ราคาหุ้นแตะระดับสูงสุดที่ 20.82 บาท จากนั้นราคาหุ้นได้มีการปรับตัวลดลงมาเรื่อยๆ จนในวันนี้ (17 ก.ค.) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแตะระดับ 20.82 บาท ได้อีกครั้ง,KCM กรอบ 1.59-1.70 น้ำมันดิบปิดร่วงหลังการสหรัฐผลิตสูงขึ้น ขณะนี้บริษัทมีงานในมือ (backlog) สูงถึง 2,300 ล้านบาท ถือว่าเป็นระดับสูงสุดใหม่ หลังจากที่ทำได้ถึง 1,900 ล้านบาทในปี 57 โดย backlog ดังกล่าวจะรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ราว 40% ที่เหลือจะทยอยรับรู้ฯในปีหน้า ขณะที่คาดว่าจะมีงานใหม่ออกมาอีกอย่างต่อเนื่อง และน่าจะมีงานจรเข้ามาอีก ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ขยับสัดส่วนงานภาครัฐเพิ่มขึ้นมาเป็น 60% จากปีก่อนงานภาครัฐและเอกชนมีสัดส่วน 50:50 CWT คาดโรงงานตัดเย็บเบาะรถยนต์ในกัมพูชาเริ่มผลิตได้กลางปี 59。

ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 ก.ค.58ขณะที่หุ้น JMT ปิดที่ 15.90 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 21.53 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 15.90 บาท ราคาขึ้นสูงสุดที่ 16.30 บาท และราคาลงต่ำสุดที่ 15.80 บาท,อย่างไรก็ตาม ตลาดโดยรวมไม่ได้ปรับตัวแข็งแกร่งมากนัก อันเนื่องมาจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มวัสดุและกลุ่มสาธารณูปโภค แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อคืนนี้ออกมาในเชิงบวกโดยทั่วไปขณะที่บริษัทยังจะบันทึกกำไรจากยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เขาใหญ่อีกกว่า 50 ล้านบาท รวมไปถึงในช่วงปลายปีจะพิจารณาแบ่งขายที่ดินเปล่าบางส่วนที่จังหวัดพังงา ซึ่งมีอยู่กว่า 19-20 ไร่ด้วย นอกจากนี้ในส่วนธุรกิจเดิมก็จะเปิดตัวซอฟแวร์ใหม่ในช่วงปลายไตรมาส 3/58 ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยพัฒนากลุ่มธุรกิจเดิมให้มียอดขายกลับมาอยู่ในระดับที่ดีอีกครั้ง อีกทั้งบริษัทคาดว่าจะล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ทั้งหมด 303 ล้านบาทภายในปี 60 ซึ่งจะมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นตามลำดับ CPF เผยทุกโรงงานเน้นการบริหารจัดการน้ำตลอดกระบวนการผลิตสินค้าแมคควอรี DW28 กล่าวว่าเช้าวันนี้ นักลงทุนให้ความสนใจ DW บนหุ้นรายตัวเป็นจำนวนมาก นำโดยกลุ่มธนาคารและกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามการปรับตัวลงของ TPIPL ส่งผลให้นักลงทุนให้ความสนใจ Call DW เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น TPIP28C1510A เป็นต้น , สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ AOT มูลค่าสูงสุด 124.93 ลบ.ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้กระทำผิดตามคำฟ้องร้อง โดยที่ดินดังกล่าวที่มีปัญหาข้างต้นเป็นที่ดินของบุคคลอื่นซึ่งมีทางสาธารณะผ่าน มิใช่ที่ดินของบริษัท และขณะนี้คดีนี้อยู่ในดุลยพินิจของศาล และบริษัทจะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีต่อไป,ทั้งนี้ บริษัท ทิพยบดินทร์ จำกัดมีวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนเพื่อ เข้าซื้อกิจการของบริษัท ชิงเท๊กซ์ จำกัด ในราคา 260 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยที่ดินจำนวน 9,289 ตารางวา และอาคารจานวน 5 หลัง รวมพื้นที่ 21,356 ตารางเมตร ประกอบธุรกิจผลิตสายนาเลือด ใช้ในการฟอกไต โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว และบริษัท ทิพยบดินทร์ จำกัด จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 100% เป็นปีละ 1.8 ล้านเส้น และผลิตสายน้าเกลือปีละ 1.2 ล้านเส้น เพื่อรองรับการความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศที่สูงขึ้นภายในปี 2558 นี้,โดยครบกำหนดไถ่ถอน 8 กรกฎาคม 2560 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.68% ต่อปี โดยชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนทุกวันที่ 8 มกราคม 8 เมษายน 8 กรกฎาคม และ 8 ตุลาคม ของทุกปีนักลงทุนติดตามดูการอภิปรายร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ หลังจากที่ร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ของนายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ สามารถผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการ 4 คณะในรัฐสภากรีซแล้วเมื่อวานนี้ และได้นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเต็มคณะนอกจากนี้ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป จำกัด เข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมและเพิ่มทุนใหม่ใน บริษัท มิเลนเนี่ยม แอคท์ จำกัด (MIL) ทั้งนี้ MIL เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทซึ่งยื่นคำขอจำหน่ายไฟและจะเป็นผู้ลงนามในการซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)มูลค่าไม่เกิน 8,472.59 ล้านบาท แนะนำซื้อ KCM โดยมีแนวรับที่ 1.61 และ 1.60 และมีแนวต้านที่ 1.70 และ 1.80 เป็นจุดขายทำกำไรบล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่าการที่ TPIPL ถูกก.อุตสาหกรรมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 4 พันล้านบาทกรณีทำแร่นอกเขตประทานบัตร บริษัทยืนยันไม่ได้ทำผิดกฏหมาย สำหรับค่าเสียหาย 4 พันล้านบาทคิดเป็น 0.20 บาท/หุ้นของ TPIPL (4% ของสินทรัพย์) แต่ราคาหุ้นวานนี้ปรับลงไปมากกว่า 0.20 บาทเชื่อว่าสะท้อนไปแล้วบางส่วน ทำให้น่าซื้อลงทุนเมื่อแรงขายชะลอ โดยยังคาดกำไรปีนี้โตโดดเด่น 65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่การเติบโตจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง 58 และราคาเป้าหมายยังคงไว้ที่ 3.50 บาทSET ปิด 1,486.74 -1.66 สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) TPIPL มูลค่าสูงสุด 138.32 ลบ.ด้านผลประกอบการ Q1 ทำกำไร 117 ล้านบาทโตขึ้นราว 10% ถ้ายิ่งลดต้นทุนด้วยข้าวมาหมักได้จะทำให้กำไรดีขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้านับกำไรเฉลี่ยจากตัวเลขเก่า ก็ถือว่า TAE มีค่า PE ในอนาคตต่ำเพียง 8 เท่าถือว่าถูกมาก ถ้าให้ PE ที่ 10-12 เท่า ราคาจะอยู่ระหว่าง 4.70-5.60 บาทเลย ส่วนกราฟอยู่ในช่วงสร้างรูปแบบอย่างน่าสนใจ โดยแท่งเทียนโค้งตัวเป็นรูปถ้วย และ RSI ดีดตัวขึ้นต่อเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเป็นสัญญาณซื้อ แนวต้านสั้น ๆ ตามแบบถ้วยใบเล็กนี้จะอยู่ที่ 4 บาท ถ้าผ่านได้น่าจะวิ่งยาวเลย ,ในช่วงเช้าวันนี้ ตามเวลาไทย รัฐสภากรีซมีมติอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐบาลกรีซได้ทำข้อตกลงร่วมกับกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อแลกกับการรับความช่วยเหลือด้านการเงินครั้งใหม่จากกลุ่มเจ้าหนี้ ซึ่งจะช่วยให้กรีซรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้และไม่ต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนAJD ราคาปิด 1.01มีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ 1,476: ดัชนีเกิดการฟอร์มตัวในรูปแบบ Three Black Crows มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อโดยมีแนวรับแรกที่ 1,476 และแนวรับสำคัญที่ 1,471?SMM กรอบ 1.87-1.98แนวรับ 955*, 952 แนวต้าน 960-964* เงินบาทเปิด 34.18 อ่อนค่ารอบ 6 ปี หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ทั้งนี้ รัฐสภากรีซมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 229 เสียง จากจำนวนสมาชิกรัฐสภา 299 คน ให้ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นการปูทางให้กรีซมีคุณสมบัติที่จะรับความช่วยเหลือด้านการเงินรอบที่ 3 และจะทำให้รัฐบาลสามารถบังคับใช้กฎหมายการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีและเงินบำเหน็จบำนาญรอบแรก。

Anyone hoping that U.S. China policy will avoid the pitfalls of growing political polarization is going to be disappointed.

The US Consensus on China Is Just a Mirage
Credit: Depositphotos

It’s been assumed that Washington, D.C. has finally reached a consensus on China and any suggestion that differences may persist is gently chided. U.S. relations with China are described as the “last bipartisan issue in Washington,” and there’s some evidence of that. Republican Senator John Barrasso said that China is an “enduring strategic threat to us” and emphasized that “[i]t’s important to speak with a unified voice.” Democratic Senator Tim Kaine said that “even if we had criticisms occasionally about Trump’s strategy on China, we didn’t criticize his motive. We thought, ‘He sees the challenge the right way.’” The U.S. public seems to be on board too, with the Pew Research Center reporting large bipartisan majorities of Americans in support of promoting human rights in China.

It’s not hard to see why either – China gives Americans the foreign adversary that they love to pit themselves against and provides a foolproof argument for stimulating domestic industry. China’s economic practices are problematic, its military posturing directly threatens U.S. allies, and reports of its human rights abuses are abhorrent. In other words, there’s something for everyone to dislike.

The problem is it won’t last. Nature abhors a vacuum; U.S. politics abhors consensus. As long as political incentives lead parties to differentiate themselves and exploit divisions to play to political bases, then any consensus will be superficial and fleeting. In fact, anyone hoping that exploiting a threat from China will bring Americans together is going to be disappointed – research has shown that external threats have almost no bearing on domestic polarization.

Just because there’s superficial consensus for now doesn’t mean the parties are identical, either. Meaningful differences exist between the parties – basically Republicans prefer military spending and Democrats prefer industrial policy, though that’s a crude oversimplification. But under conditions of polarization, what those differences are is less important than the fact that differences exist. In polarized politics, bipartisanship is a practical consideration rather than a value of its own. Once practical considerations change, the need for bipartisanship evaporates.

For one thing, political science research has shown that bipartisanship is an electoral strategy that works best when politicians want to secure the support of voters outside of their party, the proverbial swing voters – in other words, bipartisanship is not a natural condition but only possible when incentives permit it. During the Cold War, this helped enable the liberal internationalist coalitions that defined much of U.S. strategy toward the Soviet Union. But with the incentives for bipartisanship removed – and when incentives steer parties toward emphasizing differences – then it’s harder to see how a new “Cold War consensus” could emerge. As researchers Robert Shapiro and Yaeli Bloch-Elkon wrote in 2008, “differences between Democrats and Republicans, and liberals and conservatives, have been as high as 70 percentage points. By comparison, partisan differences did not reach more than 20 points during the Korean War.” In fact, foreign policy could even act as a wedge issue deliberately intended to divide voters by appealing to core constituencies and peeling away swing voters.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It’s not hard to see how this could apply to U.S. policy toward China (and already has). Indeed, the fissures are already there to be exploited. Senate Minority Leader Mitch McConnell has already warned Democrats against putting government programs under the umbrella of “China policy.” Lines of attack against Biden have been opened from the left, not only from overtly socialist outlets like Jacobin but also from more mainstream outlets like The Progressive and The Nation, as well as members of Congress. Differences can emerge among voters too – in the Pew Research poll mentioned above, Republicans support limiting China’s power and growth more than Democrats by an almost 2:1 margin. In fact, Republicans and Democrats are inversed in terms of whether they prefer the promotion of human rights or preventing China’s rise.

Obviously, it’s often healthy to avoid consensus. Rather than being an intrinsic good unto itself, the value of consensus is the political space it makes available for constructive decision making. One of the reasons the United States found itself engaged in Afghanistan and Iraq for so long was because critical perspectives were marginalized in deference to a consensus that was based on faulty grounds. Some of the pushback against deepening confrontation with China is well-intentioned and thoughtful, relating to concern over what it may mean for military spending relative to other priorities, concern that the threat is exaggerated, or that it may limit the possibilities for cooperation in areas of common concern such as climate change.

The first problem isn’t that there’s something wrong with new and different ideas, it’s the question of what happens when it’s time to arbitrate among those different perspectives in order to actually move policy. This is especially challenging in intraparty disputes when political allies want input over the policy process and effectively circumscribe the options available to Biden. For example, the Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (formerly just the TPP) is a massive agreement that meaningfully contributes to economic growth in the Asia-Pacific and sets a high standard for economic rules and norms, which will go a long way toward determining the geopolitical shape of the Asia-Pacific, but U.S. participation is a nonstarter given ratification is almost completely nonviable politically. If the United States maintains a light economic foothold in East Asia because executive orders and enforcement are the only practical steps the Biden administration can take, it ultimately won’t advance U.S. goals of setting rules and connecting markets.

Then there’s the other, bigger, and distinctly modern American problem of what to do when critics are opening lines of attack just for the sake of it and using distinction to create difference. It’s one thing to be an arbitrator in a marketplace of ideas, but a much different thing to do that when the critics aren’t arguing in good faith but still command serious influence in the policy process. This is why McConnell’s line about keeping initiatives to respond to China focused and limited can have the practical effect of putting a ceiling on the nature of Biden’s response and can lead to the possibility that initiatives take a least-common-denominator approach that garners the broadest support – very frequently, military spending, even if a more multifaceted response is in order. There’s also the ominous situation of hawks getting more hawkish simply to differentiate themselves from Biden, bringing with it the risk of such figures boxing themselves in on the options available to them and increasing the rhetoric that causes violence against Asian-Americans.

The most enduring consensus will be the mostly broad agreement on the nature of the challenge posed by Xi Jinping’s leadership, which itself is not a bad thing to come to an agreement on. Agreeing on how exactly to respond to that challenge will be much more difficult. If responding to China depends on bipartisan consensus, discerning which actors in Washington are operating in good faith and which are playing the role of an insincere spoiler will almost be as important as any strategy document.