Features | Diplomacy

baccaratonlinew88: The Modern China-Russia-US Triangle

โจ๊กเกอร์เกมสล็อตkingdom,ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุด ณ เวลา 12.22 น. อยู่ที่ 4.46 บาท บวก 0.12 บาทหรือ 2.76% มูลค่าซื้อขายที่ 101.88 ล้านบาทแนวรับ 1.13-1.17 บาท,นักลงทุนในตลาดหุ้นโตเกียวยังคงจับตาดูความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนอย่างระมัดระวัง หลังจากดัชนีตลาดหุ้นจีนดิ่งลงไปกว่า 7% ในช่วงเช้าวานนี้ จนส่งผลให้ตลาดต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ และประกาศยุติการซื้อขายตลอดทั้งวันทั้งนี้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยดัชนีการจ้างงานของ Conference Board ดีดตัวขึ้น 0.8% ในเดือนธ.ค.เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 129.33 และหากเมื่อเทียบรายปี ดัชนีการจ้างงานพุ่งขึ้น 2.6% ตลท. เปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ชูแลนด์มาร์คการลงทุน-ศูนย์รวมการเรียนรู้นอกจากนี้เตรียมงบลงทุนรวมไว้ 2,000 ล้านบาท ใช้ลงทุนด้านคอนเท้นท์ราว 1,500 ล้านบาท และอีกจำนวน 500 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายจากการออกอากาศ (broad casting cost) ซึ่งเงินลงทุนจะนำมาจากการกู้ยืมจากสถาบันทางการเงิน ตลท.ขึ้น H หุ้น KAMART หลังมีข่าวผู้บริหารให้สัมภาษณ์ว่ากำไรปี 58 ทำนิวไฮ,แนวรับ : 1,234 และ 1,230?ทั้งนี้ TASCO ถือเป็นผู้นำและเป็นผู้ผลิตรายแรกที่สามารถผลิตยางมะตอยผสมยางพารา ตามคุณสมบัติที่กำหนดขึ้น โดยจำหน่ายยางมะตอยผสมยางพาราทั้ง CSS-1h (EMA) ซึ่งเป็นยางมะตอยน้ำผสมยางพาราที่ใช้ในการฉาบผิวทางแบบพาราสเลอรี่ซีล และยางมะตอยเอซีผสมยางพาราหรือพาราเอซี ที่ใช้ในงานแอสฟัลต์คอนกรีต โดยมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) มากกว่า 60% ผ่านลูกค้าจำนวนมากที่ส่วนใหญ่เป็นคู่สัญญางานกับส่วนราชการ รวมทั้งบริษัทในกลุ่มที่เคยรับงานทำถนนโดยใช้ยางมะตอยผสมยางพารามาหลายโครงการ ซึ่งผลงานที่ผ่านมาเป็นที่ยอบรับและได้รับการรับรองให้เป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษของกรมทางหลวง และเป็นผู้รับเหมาชั้นหนึ่งของกรมทางหลวงชนบท สหภาพแรงงาน ธ.ก.ส. นัดแต่งชุดดำ หลัง “สมคิด” ขู่ยุบหน่วยงานROBINS (TP57*): Support 41/40 Resistance 43/45KKP มีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 38.50 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 40.75 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 35.50 บาท)ทั้งนี้ บริษัทมองธุรกิจผู้ให้บริการอาหารมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการด้านอาหารที่มีทั้งคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจศูนย์อาหารเพิ่มอีก 5 สาขา เน้นทำเลที่มีคนเมืองใช้บริการหนาแน่น เช่น โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน และสถาบันการศึกษา ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 500 ตารางเมตร ถึง 2,000 ตารางเมตร และตั้งเป้าขยายธุรกิจ Catering เพิ่มอีก 6 แห่ง โดยเน้นเจาะลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศความเห็น: ราคาหุ้นมีโอกาสรับขึ้นในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 6.90 บาททั้งนี้คาดว่าปี 2559 รายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากการขยายตลาดต่างประเทศทียอดขายยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะประเทศที่เป็นตลาดสำคัญในกลุ่ม CLMV รวมถึงการขยายตลาดในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่องภายใต้แบรนด์สินค้าใหม่ DURO ขณะเดียวกันในปี 2559 ภาวะเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลบวกต่อยอดขายของบริษัทให้เติบโตขึ้น,ธุรกิจ : สายการบินราคาประหยัด (Budget Airline หรือ Low-Cost Airline) ภายใต้แบรนด์ นกแอร์ หลังจากเข้ามาเทรดใหม่ราคาก็ปรับตัวลงมาลึกพอควร ก่อนที่ช่วงหลังจะมีลักษณะแกว่งทรงตัวได้ดีขึ้น พร้อมสัญญาณบวกจากการฟอร์มตัวของ Indicators ต่างๆ ช่วยสนับสนุน ทำให้คาดว่าถ้าราคาไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับข้างต้นอีก ก็มีสิทธิดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้IMPACT(+) BEM CPF TASCO AAV VIBHA TCAP TU SVI TTW BCH GLOW SUPER CHG BA TKN KAMART TIPCOนายเปรมชัย กุศลฤกษ์ดี กรรมการ บริษัท แอสเซท ไบร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ABC เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท ไฮสแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลเตนท์ จำกัด เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 59 เพื่อซื้อกิจการโรงเรียนนานาชาติลานนา ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 300 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในมูลค่าไม่เกิน 150 ล้านบาท โดยจะมีเงินลงทุนก่อสร้างเพื่อขยายกิจการเพิ่มเติม。

แนะนำซื้อ DAII โดยมีแนวรับที่ 4.34 และ 4.30 และมีแนวต้านที่ 4.54 และ 4.70 เป็นจุดขายทำกำไรโดย GPSC จะจ่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมให้กับโรงงานผลิต HDI ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสีเคลือบรถยนต์ ภายในม.ค.59 นี้ โดยสัญญาดังกล่าวมีอายุ 15 ปี นับจากวันที่เริ่มรับสาธารณูปโภคเชิงพาณิชย์ โดยมีปริมาณตามสัญญา ประกอบด้วย ไฟฟ้า 2.7 เมกะวัตต์(MW) ,ไอน้ำ 3 ตัน/ชั่วโมง ,ไอน้ำสำรอง 3 ตัน/ชั่วโมง และน้ำอุตสาหกรรม 1 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง รวมมูลค่าการซื้อขาย 2,134 ล้านบาท,SET ปิด 1,244.18+19.35 จุด、จี คลับ 8888、ราคาหุ้นบริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือCSSปิดตลาดวันนี้ (8 ม.ค.) อยู่ที่4.48 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 3.23% สูงสุด 4.52 บาท ต่ำสุด 4.38 บาท มูลค่าการซื้อขาย 213.19 ล้านบาท,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ปิดตลาดวันนี้ราคาอยู่ที่ 22 บาท บวก 2 บาท หรือ 10% สูงสุดที่ 22 บาท ต่ำสุดที่ 19.80 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 342.87 ล้านบาท,ส่วนวาระ บมจ. ไทยคมขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม สืบเนื่องจากบมจ. ไทยคม มีหนังสือลงวันที่ 29 กันยายน 2558 ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม สำหรับให้บริการโครงข่ายการสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งในชั้นนี้เพื่อขอเป็นผู้รับใบอนุญาตไปประสานงานตำแหน่งการใช้งานวงโคจรดาวเทียมที่ตำแหน่ง 119.5 องศาตะวันออก ซึ่งการขอรับใบอนุญาตในครั้งนี้หากจัดส่งเอกสารหลักฐานการขอรับใบอนุญาตถูกต้องและครบถ้วน ก็ไม่น่าติดปัญหาอะไร โดยในอดีตก็เคยมีการอนุญาตในลักษณะทำนองเดียวกันนี้ไปแล้ว เพื่อให้ บมจ. ไทยคม เป็นผู้ประสานงานตำแหน่งการใช้งานวงโคจรดาวเทียมที่ตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก และ 78.5 องศาตะวันออกโดยอายุของตั๋วแลกเงินไม่เกิน 270 วัน นับจากวันที่ออกตั๋วเพื่อชำระหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน ทั้งนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยตั๋วแลกเงินต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สถาบันการเงินเดิมที เนื้อหาของร่างประกาศฉบับนี้ที่สำนักงาน กสทช. นำเสนอให้ที่ประชุม กทค. พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 17/2558 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ได้มีการยกเลิกการกำหนดให้กิจการวิทยุสมัครเล่นเป็นกิจการรองของการใช้งานย่านความถี่ 50 54 MHz ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมีผู้เห็นด้วยกับการยกเลิกราว 30,000 ราย ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวน 635 ราย แต่ปรากฏว่าในการประชุมครั้งดังกล่าว กทค. ได้มีการลงมติด้วยเสียงข้างมากให้กำหนดกิจการวิทยุสมัครเล่นไว้เป็นกิจการรองต่อไปจนกว่าผลการศึกษาการใช้งานคลื่นความถี่ร่วมกันระหว่างกิจการและการแก้ไขเชิงอรรถระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ? SET ปิดร่วง 9 จุด ADVANC ซื้อ-ขายสูงสุด 3.55 พันลบ.นอกจากนี้ ทองคำยังได้รับแรงกดดันจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ เนื่องจากสัญญาทองคำมีการซื้อขายกันในสกุลเงินดอลลาร์ และเมื่อดอลลาร์แข็งค่าก็จะทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นๆ ซึ่งจะลดความน่าดึงดูดใจของทองอีกทั้ง อนุมัติให้จัดตั้งบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า คาเฟ่ เจแปน จำกัด (Dean DeLuca Caf Japan Co.,Ltd) จัดตั้งภายในเดือนเมษายน 2559 ประเทศที่ตั้งบริษัทญี่ปุ่น เพื่อดำเนินประเภทธุรกิจ บริการด้านอาหารและการจัดจำหน่ายค้าปลีก ทุนจดทะเบียนประมาณ 10,000,000 เยนนอกจากนั้นยังต่ำกว่าตัวเลขปี 2557 ที่โต 2% สำหรับดัชนี CPI เดือนธ.ค. ปรับตัวขึ้น 1.6% หลังจากที่ขยายตัว 1.5% ในเดือนพ.ย. ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีน ปรับตัวลง 5.2% ในปี 2558 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับในเดือนธ.ค. ดัชนี PPI ร่วงลง 5.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงสำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมโทรทัศน์โดยรวมในปีนี้ มองว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการนำเสนอคอนเท้นท์ ของแต่ละช่องที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น ขณะที่การเรียงลำดับช่องทีวีดิจิตอล เพื่อให้ค้นหาได้ง่ายเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้ผู้รับชมสามารถเข้าถึงรายการต่างๆได้ง่ายขึ้น และความพร้อมของกล่องทีวีดิจิตอลปีนี้น่าจะครอบคลุม 100% ได้ จากปีก่อน 80% รวมถึงความเชื่อมั่น มั่นใจของเอเจนซี่โฆษณาในดิจิตอลทีวีมีมากขึ้นอีกด้วย จึงเป็นปัจจัยที่น่าจะส่งผลให้อุตสาหกรรมเติบโตไปได้ ปธ.โฟล์คสวาเกนกล่าวขอโทษกรณีโกงการทดสอบไอเสีย ย้ำเดินหน้าแผนลงทุนต่อBEM ซื้อ ราคาหุ้นดีดขึ้นต่อหลังพักตัวด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Rising Method พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยเรียงตัวตัดกันทำ Golden Cross ยืนยันแนวโน้ม มีแนวต้านแรกที่จุดสูงสุดเดิม 5.55 บาท ผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ 5.75 และถัดไปที่ 6.00 บาทตามลำดับอีกทั้งภาครัฐยังได้ส่งเสริมโครงการพลังงานทดแทน ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมโครงการโซล่าร์สหกรณ์และราชการ โดยได้รับประกาศผ่านคุณสมบัติแล้ว 50 เมกะวัตต์ จากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างและจำหน่ายไฟฟ้าและรับรู้รายได้ในปี 59 นี้,มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 36,577.37 ล้านบาทด้านโกลด์แมน แซคส์คาดว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสดิ่งลงแตะระดับ 20 ดอลลาร์/บาร์เรล และหากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลงในไตรมาส 1 ก็จะส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันปรับลดงบลงทุนเพื่อสะท้อนถึงคาดการณ์ราคาน้ำมันที่ระดับ 40 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีนี้ ส่วนกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดกำลังการผลิตน้ำมัน แม้มีปริมาณน้ำมันจำนวนมากในตลาดก็ตาม。

Why we can’t expect a stable “two vs one” dynamic this time around.

The Modern China-Russia-US Triangle

In this March 18, 2021, file photo Secretary of State Antony Blinken, second from right, joined by national security adviser Jake Sullivan, right, speaks while facing Chinese Communist Party foreign affairs chief Yang Jiechi, second from left, and China’s State Councilor Wang Yi, left, at the opening session of US-China talks at the Captain Cook Hotel in Anchorage, Alaska.

Credit: Frederic J. Brown via AP

Since the beginning of the Cold War, great power interactions among the United States, China, and Russia/the Soviet Union have always played a predominant role in international relations. For the most part, whether during the years of Sino-Soviet alignment or the historic “Nixon to China” moment, this has involved two sides aligning against the other. Warmer relations between China and Russia in response to the current U.S. policy of strategic competition suggest a continuation of this trend. Upon analyzing the modern configuration of this so-called “triangle,” however, this assessment merits further examination.

As the China-U.S. relationship locks itself into a seemingly irreversible trajectory of strategic competition, “Cold War 2.0” has become a rather popular buzzword. It is important to note, however, that while certain characteristics of modern strategic competition do bear some resemblance to those of the Cold War, this era of globalization means that a long-term global showdown between Washington and Beijing is likely to transpire not in a bipolar order, but a multipolar one, in which complex, intertwined interests among nations will factor into almost every aspect of strategic competition.

In this multipolar order, while more evenly distributed with the rise of the European Union, India, and Japan, among others, power remains heavily concentrated in the hands of a so-called “triangle,” of which the United States and China command two sides, with the third occupied by Russia. Although their demographics and economy are by no means trending toward sustained global power status, Russia’s nuclear arsenal and military might, coupled with an assertive foreign policy and global presence, still guarantee their place at the table, or in this case, in the triangle.

China and Russia Aligned

In recent years, as the U.S. has ratcheted up pressure against each of its perceived strategic competitors, China and Russia have been stepping up bilateral cooperation across multiple domains, while closely working together to offset U.S. pressure, counterbalance U.S. influence in multilateral forums, and rebuke the U.S.-led international order. In fact, just last week, Russian President Vladimir Putin, in a phone call with China’s top diplomat Yang Jiechi during his visit to Russia, exclaimed that relations between the two countries were “the best in history.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This trend has not gone unnoticed among scholars and policymakers, especially in Washington. U.S. officials under both the Trump and Biden administrations have frequently sounded the alarm about closer China-Russia ties. Most recently, the U.S. intelligence community in its “Global Trends 2040” report assessed that China and Russia “are likely to remain aligned” in the future.

But how aligned, exactly?

On the one hand, this China-Russia alignment should not be written off merely as a temporary “marriage of convenience” filled with unresolved distrusts that can easily crumble from within. The comprehensive strategic partnership between China and Russia is based on long-standing framework of cooperation, with a clear strategic objective set out in their 1997 “Joint Declaration on a Multipolar World and the Establishment of a New International Order” and 2001 “Treaty of Good Neighborliness and Friendly Cooperation.” As long as both countries remain at odds with the United States and the West, they will likely maintain enough incentive to overcome issues of the past and jointly push toward a more favorable international order.

On the other hand, this partnership does have its fair share of limitations. Despite sharing a deep disdain for U.S. hegemony and the Western-led international order, China and Russia lack symmetrical interests for natural and sustained cooperation, especially as the disparity between Russia’s low economic complexity and dependence on natural resources relative to China’s diverse and modern economy becomes more evident. A majority of Russia and China’s overlapping economic interests are in energy, due to Russia’s need for a stable market to offset Western sanctions, coupled with China’s growing energy demand and a desire to diversify its energy sources in response to prolonged trade tension with the United States.

It is fair to say, then, that while China and Russia do enjoy an enduring and extensive relationship, the strength of their alignment still hinges quite heavily upon U.S. policies. In fact, the Global Times, a Chinese state-owned newspaper, went as far as to attribute closer China-Russian ties to “the U.S. and its main allies’ suppression of the two countries” in a recent editorial.

But what happens when there is no longer any such “suppression”?

From “Two Against One” to “One Against One Plus One”?

It is important to note that, while both China and Russia have endured their fair share of strains in relations with the U.S., neither has shown the willingness to risk a complete rupture with the world’s only $20 trillion economy. When the time comes, cooperation with the U.S. usually takes precedence. This mindset was clearly in effect around the time the U.S. paved way for China to join the WTO in 2001, or when the Obama-Medvedev administrations pushed toward a “reset” (2009-2011). Back then, China-Russia cooperation seemed to have taken a back seat.

Fast forward to today, and negative domestic sentiment toward China and Russia, as well as perceived threats from both to American supremacy, have firmly locked the U.S. into a path of strategic competition with each of these rivals. That said, being locked in a strategic competition in the context of today’s globalization is fundamentally different from being locked in the zero-sum blocs of the Cold War, where alignment pretty much equated to alliance.

This, along with a lack of resources necessary for full-scale, simultaneous clashes with both China and Russia, explains why the U.S. does not rule out cooperation with its competitors. However, as Beijing currently presents a much more comprehensive and structural challenge to Washington, the Biden administration is prioritizing cooperation with Moscow in areas of mutual interests. Hard-line policies toward Russia remain in place, but they are largely symbolic and designed to appease anti-Russia domestic sentiment. Actual results, such as the extension of the New START, an early phone call between the two presidents, or the recent U.S. decision to waive sanctions for the Nord Stream 2 pipeline, suggest an overarching goal of what U.S. Secretary of State Antony Blinken has described as “a stable and more predictable relationship” with Russia.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Here we’re witnessing an interesting triangular dynamic playing out. While the China-U.S. competition arc is pretty much a lock, both sides are courting Russia. As the United States continues to rally its allies and partners around a rules-based international order that portrays China and Russia as the “bad guys,” China is in a much better position to align with Russia. However, Washington retains its own share of leverage in relations with Russia, most notably a significant influence over allies in Europe – a crucial theater, if not the most crucial theater, of Russian foreign policy.

In other words, the dynamic is not as much “two against one” as it is “one against one (U.S. versus China) plus one (Russia).” Unlike the concrete alliances of the Cold War, modern alignments offer a much greater deal of flexibility, allowing Russia to pick its spots and simultaneously engage with both the U.S. and China, instead of having to stick to one side at a time in the case of China throughout the Cold War.

Looking Ahead: The Constant and the Variable

In the context of sustained globalization coupled with a growing disparity in power between the U.S. and China relative to Russia, this modern configuration of this triangle should persist for years to come. The U.S. and China, superior in total power and locked in a long-term strategic competition, will serve as the “constant.” Russia, meanwhile, will assume the role of the “variable,” seeking not to go toe-to-toe with the other two, but rather to utilize its leverage and manipulate the balance of power to its advantage.

Going forward, while focusing its resources on competing with China, the United States will attempt to stabilize relations with Russia and keep China-Russia engagement at a manageable level, ensuring that the Russian “variable” does not upset the overall balance of power in the triangle, as well as on a global scale. It’s unlikely that there will be a modern “Biden to Moscow” moment anytime soon, but the upcoming Biden-Putin summit in Europe will present an opportunity for Washington to lay out clear terms under which to engage Russia in a way that does not alienate their European allies or suggest any reversal from their overall message.

Similarly, China will continue to prioritize competition with the U.S. while further deepening cooperation with Russia, leveraging a seemingly cordial relationship between their leaders into new alignment of interests bilaterally and coordinated efforts against the U.S. multilaterally, even offering attractive economic incentives to lure Russia closer to their orbit. On the other hand, Beijing will not seek confrontation with Washington, and is likely to pursue cooperation on global issues such as climate change, COVID-19, or nonproliferation.

As for Russia, the key is to maintain its place at the table (or triangle) despite falling behind economically. That means continuing to leverage its “variable” role in triangular interactions, engaging with Beijing and Washington in order to extract concessions from both sides. However, Russia’s innate nationalistic pride, coupled with a severe lack of strategic trust with regard to the other two powers, will continue to limit the scope of future cooperation, especially as it pertains to areas within Russia’s perceived influence such as Central Asia or Eastern Europe.

Global and Regional Implications

Generally speaking, this triangular dynamic of great power competition in the context of globalization presents both opportunities and challenges to the world’s small and middle-sized countries.

If it is properly managed and trends toward a more predictable path with limited confrontation, this triangle should provide a favorable environment for countries outside of it to simultaneously pursue cooperation with each “side” without having to always look over their shoulders in fear of provoking the other(s).

On the other hand, if tension escalates and recent drumbeats regarding a so-called contest of “democracies versus autocracies” continue to take hold, thus breaking the core essence of the triangle and turning competition into an ideological battle, then other countries will be forced into picking sides. Globalization will more than likely prevent this undesirable outcome, but the risks should not be taken lightly.

Among regions, while Europe and the Middle East will continue to be of significant importance to policymakers in China, Russia, and the United States, the Indo-Pacific should emerge as the main theater of great power competition, if it hasn’t already – especially as West-to-East economic and military shifts become more evident.

It is important to point out that the majority of countries in the region have throughout their rich histories become used to being part of armed conflicts between, or in certain cases, against global powers. Though each country has its unique interests, all share a national security priority of maintaining peace. So while big power competition that leads to a more prosperous Indo-Pacific is more than welcome, it should not come at the cost of security and stability.

Therefore, it should be of paramount importance that the triangle operates in sync with regional interests. That means respecting regional mechanisms such as ASEAN, treating countries in the region as true partners of mutual interests instead of geopolitical pawns, and further contributing to peace, security, and prosperity in the region. Should countries in the triangle manage to compete with restraint, to clash while accepting each other’s legitimate interests, and to fight for influence yet also facilitating cooperation for the common good, a new concert of powers might be in the works.

This should be music to the ears of leaders across the region.