Trans-Pacific View | Society

elektra slot: How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America

animal crossings new horizons,อย่างไรก็ดี คงจะต้องให้ ธปท.เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งทาง ธปท.อาจจะต้องพิจารณาถึงเรื่องเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย จึงคาดว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะ แต่การเพิ่มการซื้อขายด้วยสกุลเงินตราต่างประเทศจะเป็นการเปิดโอกาสจะให้นักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อขายได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยได้มาก2. การส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานได้จัดทำแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว (Thailand Integrated Energy Blueprint) เพื่อเป็นทิศทางในการดำเนินนโยบายทางด้านพลังงานของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว, นายโมฮัมหมัด อัล ซาดา รมว.พลังงานกาตาร์ ระบุว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังไม่ได้ปรับตัวลงถึงจุดต่ำสุด และมีสัญญาณของการฟื้นตัวของราคาในช่วงปี 2559 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบกลุ่มประเทศนอกกลุ่มโอเปคนั้น ชะลอตัวลงอย่างมากในปีนี้ และมีแนวโน้มว่าจะทรงตัวหรืออ่อนตัวลงได้อีกในช่วงปีหน้า、โจ๊ก เกอร์ สล็อต 888、 STOP LOSS สถานะ Long ถ้า TRUEZ15 ปรับลดลงหลุด 10.38 ลงไป, SCN บวก 3.91% สวนตลาดหลังบริษัท-โบรกฯย้ำภาพรับผลดีโอซาก้าแก๊สจับมือ PTTERW (Bt 3.82 เป้าเทคนิค 3.92-4.10 cut loss ถ้าหลุด 3.76)ส่วนตลาดบ้านเราปรับตัวขึ้นมามากแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ valuation ของตลาดเริ่มตึงตัว เพราะ Earning จะยังตามไม่ทัน โดยทางฝ่ายวิจัยก็แนะให้ ทยอยขายทำกำไร เนื่องจากดัชนีฯขึ้นมาชนแนวต้านของเดือนนี้ที่ 1,410 จุดเป็นระดับที่คำนวณไว้ และรับข่าวเรื่องธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปพอควรแล้ว ซึ่งดัชนีฯสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ดังนั้น จึงมี upside ไม่น่าสนใจเท่ากับสัปดาห์ก่อนReason: : แม้ราคาหุ้นไม่ได้ปรับตัวลงแรง แต่เครื่องมือทางเทคนิคบ่งชี้ถึงความเสี่ยงเมื่อราคาปรับตัวขึ้นสูงแต่ไม่ผ่านจุยอดเดิม 58 บ. ขณะที่ RSI เริ่มปรับลงเมื่อเข้าสู่ระดับกรอบบนHTECH ราคาปิด 2.88 บาท、นอกจากนี้ยังจะมีการสานต่อในเรื่องDigital Exchange คือผลักดันให้เรื่องดิจิตอลคือ1.การใช้เอกสารธุรกรรมให้เป็นดิจิตอลไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อขายหรือการบริหารงานภายในและการเชื่อมต่อระหว่างนักลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์ให้เข้าสู่การเป็นดิจิตอลสมบูรณ์แบบ ซึ่งต้องมีการขอความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(กระทรวงไอซีที) 2.รวมไปถึงการสร้างรายมือชื่อชัดเจน ซึ่งต้องมีการเจรจากับกระทรวงในเรื่องลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 %ดัชนี Stoxx 600 อ่อนตัว 0.6% แตะ 359.57 ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 4,667.51 จุด ลดลง 21.19 จุด, -0.45% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดวันนี้ที่ 10,106.67 จุด ลดลง 13.16 จุด, -0.13% ซื้อ อสังหาฯ ลุ้นมาตรการกระตุ้นภายในสิ้นปีนี้: หุ้นกลุ่มอสังหาฯ มีประเด็นบวกระยะสั้น จากโอกาสที่ภาครัฐฯ จะออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เพิ่มเติมภายในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น 1) การยืดหยุ่นเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อ 2) การลดค่าธรรมเนียมโอน และจดจำนอง โดยเราแนะนำ ซื้อ PS ที่คาดว่าจะได้รับผลดีมากที่สุด รวมไปถึง ซื้อ QH ที่ราคาปัจจุบันสะท้อนแค่เงินลงทุนในบริษัทย่อยเท่านั้น เหมือนกับซื้อธุรกิจอสังหาฯ แบบไม่มีต้นทุนสำหรับจุดเปลี่ยนที่เกิดขึ้น จะเห็นได้จากการประมูล 3G หรือ 2100 MHz ที่ผ่านมาในปี 56 ซึ่งหลังจากมีการเปิดให้บริการ 3G การใช้งานบนคลื่นความถี่ 2G ถือว่ามีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานบน 2G ราว 4 ล้านเลขหมาย และมีการเพิ่มขึ้นของการใช้งานบน 3G ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานอยู่ที่ราว 90 ล้านเลขหมายมูลค่าการซื้อขาย 23,286 ลบ.ขณะเดียวกัน อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลวอน/ดอลลาร์เฉลี่ยอยู่ที่ 1,184.76 วอนต่อดอลลาร์ในเดือนก.ย. ปรับตัวสูงขึ้น 0.5% จากเดือนก่อนหน้า ,FORTH Support 9 Resistance 10.10 / 10.90 Cut loss 8.75ในช่วงปี 2557-2560 ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 1.15 หมื่นล้านบาทถึง 1.29 แสนล้านบาทต่อปี หรือเติบโตประมาณ ปีละ 2%-5% โดยรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานและบริการด้านข้อมูลในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อัตราส่วนกำไรของบริษัทน่าจะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิร์ทซ์ในช่วงปลายปี 2558 ซึ่งจะทำให้ความได้เปรียบของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4G LTE (Long Term Evolution) ลดลง ทั้งนี้ บริษัทน่าจะสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ประมาณ 1.9-2.5 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2558-2561หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง โดยหุ้นเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ ร่วงลงอย่างน้อย 1.2% ขณะที่หุ้นยูบีเอส กรุ๊ป ปรับตัวลง 1.1% หลังจากกระทรวงการคลังสวิตเซอร์แลนด์วางแผนที่จะกำหนดให้ธนาคารรายใหญ่ของประเทศกันสำรองเงินทุนในสัดส่วน 5% ของสินทรัพย์โดยรวม, หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลง นำโดยหุ้นเกลนคอร์ ดิ่งลง 2.6% และหุ้นแองโกล อเมริกัน ร่วงลง 1.8% และหุ้น SABMiller พุ่งขึ้น 9% หลังจากบริษัทตกลงรับข้อเสนอเทคโอเวอร์จากบริษัท Anheuser-Busch InBev ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้น Anheuser-Busch InBev ดีดตัวขึ้น 1.7%。

บริษัทก่อตั้งในปี 2533 และมีธุรกิจหลัก 3 กลุ่มซึ่งประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจทรูออนไลน์ (TrueOnline) ซึ่งให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ และโทรศัพท์พื้นฐานในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล กลุ่มธุรกิจทรูโมบาย (True Mobile) ซึ่งให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และกลุ่มธุรกิจทรูวิชั่นส์ (TrueVisions) ซึ่งให้บริการช่องโทรทัศน์ดิจิตอลและโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก บริษัทมีรายได้ในครึ่งแรกของปี 2558 อยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท โดยธุรกิจทั้ง 3 กลุ่มสร้างรายได้ให้บริษัทในสัดส่วน 24% 68% และ 8% ตามลำดับ ในขณะที่สัดส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 55% 39% และ 6% ตามลำดับ SCI เปิดเทรดวันแรกที่ 7.70 บาท สูงกว่าราคา IPO 30.5%ขณะที่ วอร์แรนท์ ได้มาฟรีจากการจัดสรรของบริษัททีแพค ให้กับผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 พ.ค.2556 ฝ่ายวิจัย จึงประเมินในเบื้องต้นว่า โมเดอร์น จะมีกำไรจากการขายหลังภาษีเท่ากับ 558 ล้านบาท คิดเป็น 0.74 บาทต่อหุ้นโมเดอร์น ซึ่งจะบันทึกเข้ามาในไตรมาส 4ปี2558 อนึ่ง นาย นัฐวุฒิ เตียวสมบูรณ์กิจ เป็นบุตรของนายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน TFGทั้งนี้ ปัจจุบัน PACE มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 3 โครงการ ได้แก่ มหานคร มหาสมุทร และนิมิต หลังสวน รวมมูลค่าส่วนที่พักอาศัยของทั้งสามโครงการ 27,000 ล้านบาท ที่สามารถทยอยรับรู้รายได้ในอีกสามปีข้างหน้า (59-61) และขณะนี้บริษัทมียอดขายรอโอน (backlog) มูลค่า 14,000 ล้านบาท ซึ่งความคืบหน้าด้านการก่อสร้างโครงการมหานครแล้วเสร็จประมาณ 90% และคาดว่าจะสามารถทยอยส่งมอบห้องได้ตั้งแต่ต้นปี 59 เป็นต้นไป,การปรับพอร์ตเข้าสู่หุ้น Beta สูง เป็นปัจจัยกดดัน Yield Play อย่าง BTSGIF, DIF และ JASIF มองเป็น โอกาส ของ Yield Seeker: การฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลก ส่งผลให้มีการ ปรับพอร์ต จากหุ้น Yield Plays ทีเป็นกลุ่มหุ้นที่มีความปลอดภัยสูง (Defensive) มาเป็นกลุ่มหุ้นที่มี Beta สูงขึ้น ทำให้เราเห็นการปรับลดลงของกลุ่มหุ้นกองทุนอสังหาฯ และโครงสร้างพื้นฐาน 3-9% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะ BTSGIF, DIF และ JASIF ซึ่งมองเป็น โอกาส ซื้อสำหรับนักลงทุนที่ 1) ต้องการเงินปันผลสูง 6.1-7.4% ต่อปี 2) จ่ายปันผลเป็นรายไตรมาส 3) ผลการดำเนินงานมีความผันผวนต่ำ โดยเราแนะนำ ซื้อ ทั้ง JASIF, DIF, และ BTSGIF (เป็น Leasehold) ที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้านี้อีกทั้ง SCI จะนำเงินไปลงทุนโรงงานผลิตเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและเสาโทรคมนาคมในเมียนมาร์ โดยร่วมทุนกับพันธมิตร คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงานได้ในปี 59 และลงทุนโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานลมในไทย ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งได้รับใบอนุญาตขายไฟ (PPA) แล้ว โดย SCI จะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 30% คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 4/58 และจะเริ่มลงทุนในปี 59 กำหนดจ่ายไฟ (COD ) ในปี 62 ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรในปี 62 เติบโตอย่างก้าวกระโดดหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) รายงานว่า การผลิตน้ำมันดิบของโอเปกปรับตัวสูงขึ้นในเดือนก.ย. โดยหุ้นทรานส์โอเชียน ร่วงลง 7.6% และหุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ดิ่งลง 7.2% หุ้นเกลนคอร์ พุ่ง 2.7% ภายหลังจากที่บริษัทได้เปิดเผยเรื่องการขายเหมืองทองแดงในออสเตรเลียและชิลีขณะที่ วอร์แรนท์ ได้มาฟรีจากการจัดสรรของบริษัททีแพค ให้กับผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 พ.ค.2556 ฝ่ายวิจัย จึงประเมินในเบื้องต้นว่า โมเดอร์น จะมีกำไรจากการขายหลังภาษีเท่ากับ 558 ล้านบาท คิดเป็น 0.74 บาทต่อหุ้นโมเดอร์น ซึ่งจะบันทึกเข้ามาในไตรมาส 4ปี2558ดำเนินธุรกิจ : นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางCall DW บนหุ้นพลังงานส่วนใหญ่ปรับตัวลงตามหุ้นอ้างอิง ยกเว้น Call DW บนหุ้น BANPU ที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง หลังจากที่ราคาหุ้น BANPU บวกสวนทางหุ้นในกลุ่ม ตัวอย่างเช่น BANP28C1601A +18.2% BANP28C1602A +10.0% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +2.6% เป็นต้นทั้งนี้ บริษัทมองว่าหลังจากที่มาตรการขอกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาแล้วจะส่งผลดีต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด แต่เป็นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามบริษัทมีโครงการที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทที่รอการขายและพร้อมโอนที่รองรับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐอยู่ที่ 7 พันล้านบาท โดยบริษัทจะเร่งการขายและการโอนให้ทันระยะเวลา 6 เดือนของมาตรการ พร้อมกับมีโปรโมชั่นเสริมให้ลูกค้าอีกด้วย น้ำมันดิบปิดลบหลัง IEA เตือนอุปทานล้นตลาด。 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนประกาศว่า ธนาคารจะขยายโครงการนำร่องเกี่ยวกับการปล่อยกู้โดยมีสินทรัพย์ค้ำประกันให้แก่เทศบาล และมณฑลต่างๆ 9 แห่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้การใช้สินทรัพย์ในด้านสินเชื่อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และความเคลื่อนไหวนี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจจีนในระยะใกล้UMI (5.45 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 5.75; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 5.35ทั้งนี้ หุ้นไอพีโอที่หุ้นละ 5.90 บาท ให้ราคาส่วนลด (Discount) กับนักลงทุนมากถึง 55% เมื่อเทียบกับอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) หุ้นกลุ่มพลังงานที่ประมาณ 26 เท่า แต่สำหรับหุ้น SCI มี P/E ประมาณ 11 เท่า ขณะเดียวกัน SCI มีแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมีเป้าหมายการเติบโตในอนาคตที่ชัดเจน。

Trump’s encouragement of white supremacy and his strident anti-China rhetoric proved a toxic combination for Asian Americans.

How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America
Credit: Official White House photo by Tia Dufour

If there is anything that can be more callous, more vicious, and more capable of gripping and crushing people’s hearts during the pandemic than the COVID-19 virus, hate crimes and xenophobic violence against racial minorities and vulnerable groups are definitely at the top of the list.

Anti-Asian violence has surged in the United States during the COVID-19 pandemic and the trend has yet to show any significant signs of abating. A large number of verbal and physical attacks against Asian Americans have been reported, especially since last year. The most notorious example was the mass shooting in Atlanta on March 16, when Robert Aaron Long, a 21-year-old white man, killed eight people, of which six were Asian women. In a news report covering this cold-blooded shooting, Australia Broadcasting Corporation (ABC) said the shooting brought new urgency to the outrage against former President Donald Trump’s racist rhetoric against Asian Americans, and particularly Chinese Americans.

According to the Pew Research Center, Chinese Americans are the largest Asian origin group in the U.S., making up 23 percent of the country’s Asian population, or 5.4 million people. Asian Americans are projected to be the nation’s largest immigrant group by the middle of the century.

But now anger, fear, uncertainty, and loss are gripping many Asian American communities in the United States. According to another Pew Research survey in April 2021, 32 percent of Asian adults who participated in the survey say they have feared being threatened or physically attacked, while 81 percent say violence against Asian Americans is increasing. One in five U.S. Asians cites former President Donald Trump as the main reason for the rise in violence against Asian Americans.

On many issues, including immigration and race, Donald Trump has ignited intemperate anger in many Americans, some of whom seem to hold very xenophobic or even extremist stands and viewpoints. Alejandro Mayorkas, the U.S. secretary of homeland security, claimed that domestic violent extremism poses the most lethal and persistent terrorism-related threat to the United States today. The brutality and the widespread fear it created in many Asian communities in the U.S. suggest that hate crimes in the form of random, unprovoked, and undifferentiated violence against Asian Americans should be considered a part of the threat Mayorkas mentioned.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In the present reality, if you are an ethnic Asian who happens to live in the United States, you may need to watch over your shoulder even when going out jogging or shopping.

“Hate crimes were on the rise even before COVID,” Dr. John Merrill, a non-resident scholar at George Washington Institute for Korean Studies, George Washington University, told The Diplomat in an interview. “A large part of the blame was Trump’s habitual use of racially charged expressions.”

Many have cited former President Trump as one of the top reasons for the widespread and rapid growth of violence against Asian Americans, especially since the outbreak of the COVID-19 pandemic.

According to a recently released report by the Center for the Study of Hate & Extremism at California State University, San Bernardino, anti-Asian hate crimes in 16 of the largest U.S. cities increased 145 percent in 2020. Quoting FBI data, the report indicates that anti-Asian hate crime incidents surged notably during the Trump administration after an overall and continuous drop since the mid-1990s.

Even though the World Health Organization has made it clear that place-specific disease names could provoke a backlash against members of particular religious or ethnic communities and may bring serious consequences for peoples’ lives and livelihoods, Trump and several members of his administration repeatedly used very racist terms in addressing the COVID-19 pandemic. That did not happen in a vacuum: U.S. domestic xenophobic resentments had been on the rise even before the pandemic, especially since Trump took office. As Angela Gover, Shannon Harper, and Lynn Langton pointed out in a paper published in the American Journal of Criminal Justice, the prejudiced attitudes and actions on the individual level may be significantly reinforced by institutional-level support during times of crisis or great change, including the coronavirus pandemic.

A peer-reviewed journal, the American Journal of Public Health, has also published a study on the association of Trump’s racist tweets with anti-Asian sentiments. The study, which was conducted by a group of scholars at the University of California San Francisco, claims that “When comparing the week before March 16, 2020, to the week after, there was a significantly greater increase in anti-Asian hashtags associated with #chinesevirus compared with #covid19.” According to the study, Trump’s tweet about the “Chinese virus” on that date “was directly responsible for a major increase in anti-Asian hashtags… and the use of terms like ‘Chinese virus’ and ‘kung flu,’ which Trump publicly said at a rally in June (2020), have come alongside a rise in racist sentiment toward Asians in the U.S.”

Also, Elliot Benjamin, a scholar at Capella University at Minneapolis in Minnesota, examined the relationship between Trump and the coronavirus pandemic in the context of xenophobia against Asian Americans. Benjamin pointed out that many of the statements and policies by Donald Trump are “completely antithetical to the basic premises of humanistic psychology that involve engaging in empathic, authentic relationships with people.”

Trump himself, predictably, resisted any responsibility, as the following exchange, from a press conference in March last year, reveals:

Question: What’s the concrete measure that you’re taking to combat the hate crimes against Asian (Americans)?

THE PRESIDENT: Well, I don’t know. All I know is this: Asian Americans in our country are doing fantastically well.

How could Trump’s words and deeds, particularly his name-calling and finger-pointing amid the pandemic, lead to such a shocking rise in Anti-Asian hate crimes? Trump’s comments must be seen in the context of his embrace of white supremacy as a weapon in his war against everything and everyone he dislikes, including the non-white immigrants and minority racial groups.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an analysis for CNN, Vivien Tsou, national field director for the National Asian Pacific American Women’s Forum, argued that Asian Americans “did not face distinct peril but were targeted by the same forces of hate endured by Black Americans.” As Tsou said, “it all stems from White Supremacy.” The analysis also pointed that “even though Trump is no longer in office, much of the Republican Party can’t shake its relish for raising the specter of outsiders – often people of color – while hinting that they threaten majority White American culture.”

“[H]ate crimes against newly arrived immigrants have been around for a long time. Over the years, different minorities were targeted – whether they were Chinese, Irish, Italian, or Jewish-American,” Merrill told The Diplomat. “When there were fears about a new contagious disease and if the public perceived an association with a specific ethnic group, existing prejudices were exacerbated and hate crimes increased. In recent years, we’ve seen this happen with AIDS and Haitians; SARS and Chinese; and Ebola and West Africans.”

As a maverick political figure with a sizeable popularity base, Trump’s words and deeds, even when they shock the conscience, often generate lasting consequences. For example, amid all the finger-pointing at China and allegations that the Chinese are stealing American jobs, Trump and his administration started an unprecedented trade war with China. This has yet to bring many jobs back to the United States, however, as it is U.S. companies themselves, driven by the force of market competition, that are “stealing” American jobs.

More recently, by constantly blaming China for the pandemic, using racist terms like “Chinese virus” and “kung flu,” Trump reignited and further aggravated the long-held and deeply entrenched xenophobic resentment in U.S. society, which he and his party could use for various political ends. It’s notable that, when the U.S. House of Representatives passed a non-binding resolution in September 2020 to denounce anti-Asian racism, including terms like the “Wuhan virus,” 164 Republicans voted against it, and only 14 voted in favor. More recently, Congress overwhelmingly passed new legislation addressing the rise in hate crimes against Asian Americans. Every single vote against the bill came from Republicans.

For now, it appears that Trump has left Biden with an overall acceptable blueprint and framework for approaching relations with China, now perceived as the United States’ primary peer competitor. But with respect to fighting the pandemic and especially dealing with the surging domestic racial conflicts and hate crimes, including those against Asian Americans, Trump has left the Biden administration a complete mess. The big problem is how to fight rising attacks and harassment against racial groups amid cresting white nationalism and domestic extremism. To note, the number of hate incidents reported to Stop AAPI Hate, an organization created in 2020, increased significantly from 3,795 to 6,603 during March 2021.

Merrill was encouraged by the recent legislation, calling it “a good first step in reducing Anti-Asian hate crimes.” But he expressed concern that “the current wave of anti-Asian violence will end only when the pandemic is over.”

“Conceivably, it could even get worse before it gets better, especially if the lab-leak theory of COVID’s origin gains more traction,” Merrill added.

Indeed, even as I was working on this article, my cellphone suddenly alerted me that a 55-year-old Chinese woman had been “knocked out in unprovoked attack in NYC’s Chinatown” on June 1.