Asia Defense | Security | Southeast Asia

ลงทะเบียนฟรี สูตรบาคาร่าฟรี: Chinese Overflight Highlights Malaysia’s Need for a Stronger Military Deterrent

เดิมพันฟรี พนันออนไลน์ เว็บไหนดี, กระทรวงต่างประเทศ จะเสนอการปรับและกำหนดเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูตและกำหนดเขตกงสุลของสถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศ (กระทรวงต่างประเทศ) ส.อ.ท.เผยยอดส่งออกรถยนต์ ต.ค.58 เพิ่มขึ้น 19.07% มาที่ 111,229 คัน?2. ราคาสินค้าส่งออกในเดือนต.ค.2558 ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มสินค้าเกษตรและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกในช่วงระหว่างเดือน 3.การฟื้นตัวของสินค้าส่งออกรายการสำคัญ ยังไม่เป็นภาพที่ต่อเนื่อง อาทิ รถยนต์/อุปกรณ์/ส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่นับรวมทองคำ ขณะที่เป็นที่น่าสังเกตว่าการส่งออกแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ/ส่วนประกอบ และทองคำ ที่ขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. 2558 นั้น ผลส่วนหนึ่งคงเป็นอานิสงส์มาจากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน ทางการสิงคโปร์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนต.ค.ปรับตัวลดลง 0.8% เทียบรายปี ซึ่งลดลงมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ว่าจะหดตัวลง 0.5% หลังต้นทุนด้านที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคปรับตัวลดลง นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดว่าทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปี 59 จะยังคงผันผวน และมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบปี 2558 โดยราคาน้ำมันดิบดูไบคาดว่าจะอยู่ในระดับ 53-56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลปัจจุบันผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลกประกอบด้วยประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและมาเลเซีย ผลผลิตโดยรวมจากทั้ง 4 ประเทศคิดเป็น 79% ของผลผลิตทั่วโลกที่มีปริมาณ 5.6 ล้านตันในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดด้วยผลผลิตรวมทั้งสิ้น 2.01 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ประเทศอินโดนีเซีย (1.62 ล้านตัน) ประเทศเวียดนาม (0.41 ล้านตัน) และประเทศมาเลเซีย (0.35 ล้านตัน) ส่วนในด้านของการบริโภคนั้น ความต้องการยางธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2554-2557 ที่ผ่านมาจาก 10.79 ล้านตันในปี 2553 มาอยู่ที่ 12.16 ล้านตันในปี 2557 เติบโตเฉลี่ยประมาณ 3.0% ต่อปี ประเทศจีนเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด ซึ่งคิดเป็น 39.2% ของปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติทั่วโลก การบริโภคยางธรรมชาติทั่วโลกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 1.4% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ International Rubber Study Group (IRSG) คาดการณ์ว่าผลผลิตยางธรรมชาติของโลกจะมีมากกว่าความต้องการยางธรรมชาติที่จำนวน 303,000 ตัน ในปี 2558ความคิดเห็นของนายวิลเลียมส์นับเป็นการส่งสัญญาณล่าสุดว่าเฟดพร้อมที่จะปรับเพิ่มเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในการประชุมเดือนหน้าทั้งนี้ เฟดมีแนวโน้มจะคุมเข้มนโยบายการเงิน ซึ่งสวนทางกับท่าทีของธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางอื่นๆทั่วโลกที่กำลังพิจารณามาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่จะทำให้สกุลเงินของประเทศนั้นๆอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ดาวโจนส์ปิดลบ ตลาดวิตกข่าว ไฟเซอร์ ควบรวม อัลเลอร์แกน ขณะที่ก่อนหน้านี้ CHO ได้ปรับลดเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 2%จากคาด 10% หลังโครงการรถเมล์ NGV ล่าช้า ,ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวลง โดยภาพรวมเดือน ต.ค.58 ลดลง 6.6% โดยสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยคือรถยนต์และส่วนประกอบขยายตัวที่ 0.2% ขณะที่มูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันดิบหรืออุตสาหกรรมที่มีโครงสร้างการใช้วัตถุดิบซึ่งมาจากการกลั่นปิโตรเลียม ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ลดลงต่อเนื่องจากปีก่อนหน้ามากตามภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำไปจนถึงสิ้นปี สำนักงานคณะการรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เสนอข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปตามมาตรา 31ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เรื่องการสร้างสังคมผู้ประกอบการและร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ) พ.ศ. .ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลงตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ เนื่องจากสกุลเงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ รวมทั้งการปิดลบของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ ได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายในตลาดโตเกียวช่วงเช้านี้โดยสำหรับ DW28 นักลงทุนเทรด Call และ Put ในปริมาณใกล้เคียงกัน นำโดย S5028C1512A และ S5028P1512A ขณะที่ DW บนหุ้นรายตัว มีวอลุ่มในกลุ่ม DW บนหุ้นใหญ่ โดย DW ที่เกี่ยวข้อง เช่น PTT28C1602A DTAC28C1602A และ KBAN28C1603A เป็นต้น 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 23 พ.ย.58、GFPT มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 11.60 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 10.30 บาท) แนะนำซื้อ HANA โดยมีแนวรับที่ 36.00 และ 35.50 และมีแนวต้านที่ 37.00 และ 38.00 เป็นจุดขายทำกำไร。

30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 23 พ.ย.58แต่ระยะสั้นดัชนีหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่จะผลักดันให้ขยับขึ้นได้มากนัก ทำให้ดัชนีจะยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และยังให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตามตลาดอาจมีความกังวลต่อทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่อาจจะอ้อนตัวลงหลังจากดีดตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นไทยด้วยทำให้ภาพตลาดรวมอ่อนตัวลงในช่วงบ่าย, ส่วนเงินยูโรเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 1.0646 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.0640/0643 ดอลลาร์/ยูโร、เดิมพันฟรี ถอนเงิน bet365、ความเห็น: แรงเหวี่ยง 36; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 33.50、Res 39.50 / Sup 33.00,ขณะที่ปัจจุบัน TKS ถือหุ้นใน TBSP จำนวน 19.89%รวมถึงความคืบหน้าการเจรจาพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้ผลตอบรับในทางบวก โดยมีแนวโน้มเพิ่มอัตราการสั่งซื้อ และหารือถึงความเป็นไปได้ของการขยายช่องทางการกระจายสินค้าให้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินงานร่วมกันขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/58 คาดว่าจะดีกว่าไตรมาส 3/58 เนื่องจากปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยมีทิศทางดีขึ้น โดยคาดว่าค่าคอมมิชชั่นจะไม่ต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 0.18% ขณะที่บริษัทไม่มีนโยบายการแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50,ยอดส่งออกรถยนต์ ต.ค. +19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นปัจจัยบวกต่อ NYT: สภาอุตสาหกรรมฯ รายงานยอดส่งออกรถยนต์เดือน ต.ค. +19.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.1 แสนคัน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของยอดส่งออกรถกระบะไปยังตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง รวมไปถึงการส่งออกรถ Eco Car ไปยังตลาดยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยยอดส่งออกรถยนต์ที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อ NYT ที่เป็นผู้ให้บริการท่าส่งออกรถยนต์ ที่มี Market Share สูงที่สุด และแนะนำ ซื้อ ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 19.0 บาท ขณะที่ระยะสั้นมีแนวต้านที่ 16.1/16.4 และถัดไปที่ 17.1 บาทด้านนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายของ TKN กล่าวว่า มีความมั่นใจว่าหุ้นเพิ่มทุนของเถ้าแก่น้อยจะได้รับการตอบรับอย่างสูงจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เนื่องจากความสามารถของคณะผู้บริหารและคณะกรรมการของเถ้าแก่น้อย ผลิตภัณฑ์ตราเถ้าแก่น้อยที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โรงงานที่มีมาตรฐานสากลและระบบการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เถ้าแก่น้อยเติบโตอย่างโดดเด่นมากกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันประธานกรรมการบริหาร BRR กล่าวว่า ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายถูกนำไปช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบให้แก่โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลทั้ง 2 แห่งที่มีกำลังการผลิตรวม 19.8 เมกะวัตต์ ให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ตลอดทั้งปี และมีปริมาณเพียงพอต่อการป้อนโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลแห่งที่ 3 กำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างและจะสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบได้ภายในปี 2559BR ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งยกฐานขึ้นผ่านแนวเส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือนขึ้นมา ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Rising Method พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ที่กลับมาตัด DI- ขึ้น มีแนวต้านแรกที่ 7.50 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 7.90 บาท ,ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี แนะหุ้น HFTแนวรับ 5.95บาท แนวต้าน 6.40บาทจุด stop loss หากต่ำกว่า 5.85 บาทTRUE มูลค่าการซื้อขาย 954.69 ล้านบาท ปิดที่ 8.80 บาท ลดลง 0.30 บาทแนวต้าน: 4.5 4.6 4.72 4.84。

The country will only face growing threats to its maritime sovereignty in the years to come.

Chinese Overflight Highlights Malaysia’s Need for a Stronger Military Deterrent

MiG-29N fighter jets from the Royal Malaysian Air Force take part in a photo exercise in June 2014.

Credit: U.S. Navy/ Jason Denny

China has once again flexed its muscles against Malaysian claims in the South China Sea, this time using airpower and not the typical deployment of coast guard vessels or maritime militia. On the afternoon of May 31, the People’s Liberation Army Air Force (PLAAF) flew 16 aircraft consisting of Ilyushin Il-76 and Xian Y-20 multi-role airlifters over Malaysian maritime zone airspace close to Sarawak.

According to the Royal Malaysian Air Force (RMAF), a squadron of PLAAF aircraft flew in tactical formation and passed close to South Luconia Shoals, which is administered by Malaysia and lies inside Malaysia’s Exclusive Economic Zone (EEZ) but is claimed by China as part of its expansive “nine-dash line” claim. RMAF ground controllers contacted the PLAAF aircraft for identification and intent of flight but received no response, which prompted the RMAF to scramble Hawk 208 light combat aircraft (LCA) to intercept and visually identify the aircraft. Once intercepted by the RMAF LCAs, the PLAAF aircraft turned and flew out.

This latest “buzzing” of Malaysia’s air defenses by the PLAAF is possibly intended to test the country’s air defense response and gather electronic intelligence, such as the RMAF’s radar signature and scrambling time.? It may also be linked to its strategy of asserting its control over almost the entirely of the South China Sea. In recent years, China has regularly sent coast guard and maritime militia vessels into Malaysia’s EEZ. In April 2020, China sent a survey ship, the Haiyang Dizhi 8, with 10 coast guard and maritime militia vessels to shadow a Petronas contracted oil exploration ship about 324 kilometers from the Malaysian coast. This prompted the U.S. Navy and Royal Australian Navy to send a small flotilla of combat vessels to the scene to check on the Chinese maritime operations. After spending a few days in the area, the Chinese, U.S., and Australian vessels quietly moved out.

Early this year, China conducted another brazen act in the South China Sea, which serves as a stark reminder to Malaysia to be always vigilant and have sufficient military assets to deter a similar act.? On March 7, a large armada of more than 200 Chinese fishing boats docked on Philippine-claimed Whitsun Reef (known as Julian Felipe Reef to Manila), close to the western Philippine province of Palawan in the South China Sea. This latest act of assertiveness by China has resulted in angry protests from numerous Filipino politicians and officials, and continued to foster worries on future Chinese actions in the South China Sea.

The recent PLAAF flight over Malaysia’s maritime zone airspace may point to a potentially more aggressive stance in which airpower may be used to deploy assets and manpower to occupy claimed islands and reefs in the South China Sea. This means that the Malaysian Armed Forces need to acquire not only additional naval vessels but also air defense assets to safeguard Malaysia’s national interests, especially in its vast South China Sea maritime zone and airspace above it, and to provide a credible deterrent against would-be foreign aggressors.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The key defense capability-building plans for the Malaysian Armed Forces have been spelled out in Malaysia’s first Defense White Paper, which was approved by the Parliament in 2019. Among some of the key assets and capabilities required in this decade are the development of cyber warfare and amphibious capabilities for the Malaysian Army, the acquisition and building of Littoral Mission Ships (LMS) for the Royal Malaysian Navy (RMN), and the procurement of Maritime Patrol Aircraft (MPA) and modern Light Combat Aircraft (LCA) for the RMAF. The Hawk 208 LCAs used to intercept the PLAAF this week have been in service for more than 25 years and urgently need to be complemented by modern LCAs. The RMAF may also need to expedite the acquisition of additional air defense radars and medium-range air defense systems (MERAD), as laid out in the 2019 Defense White Paper.

The ongoing COVID-19 pandemic may result in an economic slowdown and many understandably worry about the impact of pandemic on Malaysia’s economy and whether defense procurement and capability-building for the Malaysian Armed Forces might be forced onto the back burner. In times of financial austerity, the defense sector usually gets the first cut to offset budgetary trimmings elsewhere.

Nonetheless, despite the possible economic pressures posed by COVID-19 and the importance of continuous financial support for the health sector and those affected by the disease, the defense sector must not be sidelined. Strategic threats and security risks continue to increase and will reach a stage where core national interests may be lost in the absence of sufficient assets and capabilities to deter or disrupt a potential foe from impinging on Malaysian sovereignty. Once a key national asset is lost, it is very hard to recover, short of using armed violence.

Malaysia has to balance its strategic ends and means deftly. Amid the COVID-19 pandemic, the Malaysian defense sector needs to be allocated sufficient funds to at least sustain a minimal level of capability-building in the most important areas. The sustained defense modernization plans will also send strong signals to near-peers and foreign powers that Malaysia is serious in safeguarding its national interests. A modernized and more potent Malaysian Armed Forces will not just deliver credible deterrence, but will also serve as a compelling adjunct to Malaysia’s traditional use of diplomacy to resolve external crises.