Interviews | Diplomacy

fifa5555: China-US Rivalry: The Taiwan Factor

ค่าย joker,ทั้งนี้ HPT กำหนดเป้าหมายที่จะขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆในกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ กลุ่มประเทศอาหรับ และ AEC เพื่อเสริมสร้างรายได้ในอนาคตให้เติบโตและมั่นคงทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจัดตั้ง 5 บริษัทย่อย เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ในการลงทุนหรือผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในธุรกิจพลังงานทดแทน หรือรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดย PSTC จะถือหุ้นในแต่ละบริษัทสัดส่วน 99.97% ได้แก่ บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 1 จำกัด,บริษํท พีเอสที เอนเนอร์ยี 2 จำกัด ,บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 3 จำกัด ,บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 4 จำกัด และบริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 5 จำกัด ขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 383.68 ล้านบาท หรือ 0.069 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 283.63 ล้านบาท หรือ 0.053 บาทต่อหุ้นบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 1.70 พันล้านบาท หรือมีกำไร 0.15 บาทต่อหุ้น ลดลงกว่า 14.15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 2/57) ที่มีกำไรสุทธิ 1.99 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.20 บาทต่อหุ้นอย่างไรก็ตาม แจ๊ค หม่า เคยประกาศตนอย่างชัดเจนว่า เขาไม่เคยแยแสต่อความร่ำรวยของเขา โดยสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การได้ทำตามความฝัน และงานที่ทำก็ต้องเป็นงานที่ทำแล้วรู้สึกมีความสุขด้วย ซึ่ง หม่า เคยแม้กระทั่งประกาศว่า เขารู้สึกเกลียดความเป็นอภิมหาเศรษฐีของเขา เพราะมันทำให้ชีวิตของเขาต้องวุ่นวาย และไม่มีความสุขเอาซะเลยขณะที่ล่าสุดบริษัทได้ยื่นขอให้กรมสรรพากรปรับเกณฑ์การยื่นไฟลิ่งภาษีให้เป็นเงินสกุลดอลลาร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทด้วยทั้งนี้ ความร่วมมือของทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมไปถึงด้านบุคลากร งานวิชาการ ข้อมูล และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้วยทั้งนี้ เนื่องจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนาไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (Safe haven) อย่างเช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเยอรมนี สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ และเยอรมนีลดลง 8.6 และ 6.6 basis points ในวันที่ 11 ส.ค. ,บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 มีกำไรสุทธิ 28.36 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28.01 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.10 บาทต่อหุ้นขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 114.86 ล้านบาท หรือ 0.05 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 80.03 ล้านบาท หรือ 0.03 บาทต่อหุ้นหุ้นกลุ่มค้าปลีกทะยานขึ้นขานรับข้อมูลค้าปลีกที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยหุ้นโฮม ดีโปท์ และหุ้นโลว์ คอส ต่างก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 1.8% ขณะที่หุ้นพัลท์กรุ๊ป พุ่งขึ้น 2.3% และหุ้นดีอาร์ ฮอร์ตัน ปรับขึ้น 2.4%นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในฟิลิปปินส์ มีขนาดโครงการประมาณ 25 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการประมาณ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 1/59 บาทแข็งค่าจากแรงขายดอลล์ ตลาดคาดจีนลดค่าเงินกดดันเฟดเลื่อนขึ้นดบ. นิกเกอิปิดเช้าลบ 38.34 จุด เหตุตลาดขาดปัจจัยกระตุ้นขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 21.78 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.02 บาทต่อหุ้น ลดลง 66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 64.31 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.14 บาทต่อหุ้น,ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจัดตั้ง 5 บริษัทย่อย เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ในการลงทุนหรือผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในธุรกิจพลังงานทดแทน หรือรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดย PSTC จะถือหุ้นในแต่ละบริษัทสัดส่วน 99.97% ได้แก่ บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 1 จำกัด,บริษํท พีเอสที เอนเนอร์ยี 2 จำกัด ,บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 3 จำกัด ,บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 4 จำกัด และบริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี 5 จำกัดขณะที่กำลังการผลิตเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการถือหุ้น เพิ่มขึ้นอีก 344 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าราชบุรีเวอลด์โคเจนเนอเรชั่น และโรงไฟฟ้าหงสา หน่วยที่ 1 คิดเป็นกำลังการผลิตเดินเครื่องเชิงพาณิชย์รวม 5,862.95 เมกะวัตต์ทั้งนี้ เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ระยะเวลาจองซื้อหุ้นกู้ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค.นี้ โดยมีธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบล.เคที ซีมิโก้ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ในครั้งนี้ เอทีพี 30 เคาะราคา IPO ที่ 0.95 บ. ฤกษ์ดีเทรด mai 27 ส.ค.นี้ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 4,987.06 จุด เพิ่มขึ้น 0.21 จุด, +0.00% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดวันนี้ที่ 11,010.50 จุด ลดลง 4.13 จุด, -0.04%。

ROBINSซื้อคืนเพื่อ Stop Loss ฝั่ง Short ถ้าทะลุ 40.5 ระหว่างวัน ธปท.ตามติดตลาดเงินหลังจีนลดค่าเงินหยวน? นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะโฆษก สบน.เผยหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,682,490.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42.36% ของ GDP เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะลดลงสุทธิ 2,516.86 ล้านบาทระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway down มีแนวรับหลักอยู่แถวๆ 300-293 บาทระยะสั้นอาจแกว่งในกรอบระหว่าง 300-320 บาทก่อน แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 290 บาททั้งนี้ไทยแอร์เอเชียจะสร้างโอกาสใหม่ในการเปิดฐานปฏิบัติการการบินใหม่ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา เพื่อเปิดบินตรงสู่ประเทศจีนและหลากหลายเส้นทาง ซึ่งจะสามารถเจาะตลาดท่องเที่ยวภาคตะวันออกได้อย่างดี โดยเฉพาะเมืองพัทยา ที่เป็นปลายทางยอดนิยมของชาวจีนและมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงเน้นกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขายต่อ ลูกค้าผ่านการขายผลิตภัณฑ์สปา และเร่งขยายสาขาเพิ่ม โดยภายในสิ้นปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีสปาทั้งหมด 21 สาขา แบ่งเป็น ระรินจินดา เวลเนส สปา จำนวน 3 สาขา Let s Relax จำนวน14 สาขา และ Baan Suan Massage จำนวน 4 สาขา ตลาดหุ้นเอเชียอ่อนตัวลงเช้านี้ วิตกศก.จีนชะลอตัว-เฟดขึ้นดอกเบี้ยTUF/17.20 ลุ้นรีบาวด์สั้นๆ ตามสัญญาณซื้อจาก Modi. Sto. ที่เกิดในเขต Oversold และแรงซื้อที่เข้ามาอย่างหนาแน่น เก็งกำไร แนวรับ 16.80 แนวต้าน 17.80-18.00 Cut loss 16.60บ. ABICO เซ็ง! กำไร Q2 ลดลง 32% หลังธุรกิจรับจ้างผลิตนม-เครื่องดื่มมีรายได้ลดลง,ค่าย joker, INTUCH ดูดี! กำไร Q2/58 โต 17% มาที่ 4.09 พันลบ.ระยะกลางแกว่งในกรอบ sideway up แต่ปัจจุบันระดับราคาเริ่มปรับตัวลงมาแล้ว มีโอกาสปรับตัวลงมาที่แนวรับหลักแถวๆ 245 บาท แต่สั้นๆ จะมีแนวรับแถวๆ 267 บาทก่อน แนะนำซื้อลงทุนหวังผลดีดปรับตัวขึ้นไปแถวๆ 290-300 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 244 บาท ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย 604.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2557 ซึ่งมีรายได้จากการขาย 480.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25.78% เนื่องจากความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นสำหรับธุรกิจในประเทศไทยนั้น บริษัทได้ดำเนินนโยบายเชิงอนุรักษ์เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัว โดยเน้นกลยุทธ์การปรับปรุงคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท และมียอดขายมอเตอร์ไซค์เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 4,500 คัน โดยบริษัทสามารถปรับลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มาอยู่ที่ระดับ 7% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 11% และมีเป้าหมายปรับลดให้เหลือ 5% ภายในสิ้นปีนี้ขณะที่ความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น ปรับตัวในทิศทางเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ ในโลก สำหรับผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินในขณะนี้สำหรับภายหลังการระดมทุนบริษัทได้ทำการติดตั้งเตาเผาและเครื่องจักรใหม่ เพื่อขยายคอขวดในกระบวนการผลิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการทดสอบเครื่องจักร (Test Run) และคาดว่าในช่วงไตรมาส 4/2558 จะสามารถเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 1.70 พันล้านบาท หรือมีกำไร 0.15 บาทต่อหุ้น ลดลงกว่า 14.15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 2/57) ที่มีกำไรสุทธิ 1.99 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.20 บาทต่อหุ้น ดัชนี SET อยู่ที่ 1,388.77 จุด -19.55 จุด -1.39% ปริมาณซื้อขาย 26,413 ลบ. GPSC จัดหนัก! จ่ายเงินปันผล 52% ของกำไรสุทธิสำหรับธุรกิจในประเทศไทยนั้น บริษัทได้ดำเนินนโยบายเชิงอนุรักษ์เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัว โดยเน้นกลยุทธ์การปรับปรุงคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท และมียอดขายมอเตอร์ไซค์เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 4,500 คัน โดยบริษัทสามารถปรับลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มาอยู่ที่ระดับ 7% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 11% และมีเป้าหมายปรับลดให้เหลือ 5% ภายในสิ้นปีนี้ขณะเดียวกันธุรกิจเช่าซื้อใน สปป.ลาว ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะนี้ได้ขยายครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว โดยมีเครือข่าย Point of Sales จำนวน 40 แห่ง ในนครเวียงจันทน์และพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งคาดว่าผลประกอบการใน สปป.ลาว จะถึงจุดคุ้มทุนภายในเดือนกันยานนี้และจะเริ่มส่งผลกำไรให้บริษัทแม่ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ธุรกิจเช่าซื้อใน สปป.ลาว ใช้ระยะเวลาสั้นมากก่อนถึงจุดคุ้มทุน เนื่องจากได้ใช้โมเดลของธุรกิจในกัมพูชาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นต้นแบบ, SUSCO เผยกำไร Q2/58 พุ่ง 223% หลังมีรายได้จากบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น หุ้นที่ปรับลดลงมากตั้งแต่ 4 ส.ค.: DEMCO PTT TRUE TTCL LPN MINT AOT IRPC KCE ROBINS TMB AMATA DAVANC TCAP // เราชอบ ROBINS TRUE ADVANC TRUE AOT。

Insights from Russell Hsiao.

China-US Rivalry: The Taiwan Factor
Credit: Office of the President, ROC (Taiwan)

The Diplomat author Mercy Kuo regularly engages subject-matter experts, policy practitioners, and strategic thinkers across the globe for their diverse insights into U.S. Asia policy.?This conversation with Russell Hsiao – executive director of Global Taiwan Institute, senior fellow of The Jamestown Foundation, and adjunct fellow at Pacific Forum – discusses the U.S. approach to Taiwan, and how it factors into the China-U.S. relationship.

Compare and contrast the Trump and Biden administration’s approach to Taiwan.

Despite President Trump’s unpredictability and indifferent attitude toward Taiwan, there were many substantive advances in U.S.-Taiwan relations under his administration. These advances are primarily a function of the fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China toward competition and recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. Although senior personnel appointments do matter, there are more consistencies than change in the two administrations’ fundamental approach to Taiwan in large part due to these macrolevel changes—even though the means do differ.

The Biden administration has for now maintained many of the features of the previous administration’s approach to Taiwan such as visible support for and measures to expand contacts with Taiwan to push back against the PRC’s growing pressure campaign. The most distinguishable feature between the two administrations’ approach is in President Biden’s focus on strengthening ties with allies and partners based on shared values and thereby collectively restraining Chinese malign behaviors rather than seeking to counter the PRC through unilateral exertion of U.S. military and economic power.

Explain the rising stakes of the “Taiwan factor” in China-U.S. rivalry and global affairs.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S.-China rivalry is growing in tandem with increasing cross-strait tensions, so the stakes are clearly increasing. However, we should also be careful not to overstate the pace of change or assume overly deterministic outcomes based simply on current trends. The dangers of overreacting could stoke a crisis and be potentially as destabilizing as not responding to China’s increasingly aggressive behaviors. The fact of the matter is that growing U.S.-China rivalry will increasingly make Taiwan a factor in overall U.S.-China strategic competition and increasing cross-strait tensions are naturally creating more alignments between Washington and Taipei.

As the points of friction over the Taiwan Factor increase, the risk of miscalculation also increases. The culmination of events could lead to deepening resentments that are already apparent, which would make it very difficult to find off-ramps on either side should a crisis erupt. Yet, competition does not necessarily have to lead to conflict. In order to prevent such an outcome, Beijing should engage in faithful dialogue with the democratically elected leaders of Taiwan before views on the island harden ever more so against Beijing.

Assess the impact of the Taiwan Factor on the G-7 Summit. ?

Taiwan is increasingly seen as the canary in the coal mine for China’s neighbors and particularly democracies for the corrosive effects of China’s growing military, economic, and political influence on the world stage. Beijing’s aggressive tactics such as its intensifying gray zone activities against Taiwan in the economic, political, and military sphere are now being increasingly felt by other countries and businesses. This has laid bare the fact that China’s militarization, coercion, and intimidation may not end with Taiwan.

These perceptions have been amplified manifold against the backdrop of the COVID-19 pandemic, in which the G-7 governments – bound by shared values as open, democratic, and outward-looking societies – have taken note of democratic Taiwan’s exclusion from international health efforts as a result of authoritarian China’s recalcitrance, which prevents the strengthening of cooperation on issues of global concern that is vital to ensure inclusive processes in international organizations.

Explain Taipei’s strategic calculus in engaging the Biden administration to mitigate cross-strait crisis or conflict.

Without endogenous deterrence capabilities like nuclear weapons, Taiwan on its own will have no choice but to fight a losing battle or be coerced to accept Beijing’s terms for negotiations on unification. Washington therefore plays a critical role as a balancer and provides Taipei with the confidence it needs to engage China in cross-straits relations.

While there are growing and compelling calls for Washington to move toward “strategic clarity,” there is little that Taipei can do to force a change in this consideration barring a unilateral move to radically move away from the status quo – it hasn’t done so and arguably need not do so now, since there is greater alignment of interests between Washington and Taipei than ever before since the change in diplomatic ties in 1979.

What is the impact of anti-Asian American and anti-China sentiment on U.S. policymakers’ decision-making process on Taiwan policy and the U.S.-China competition??

The changes in the U.S. approach toward Taiwan have been primarily driven by a fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China and the recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. This shift in mindset was underscored by Assistant Secretary of State for East Asian and Pacific Affairs David Stilwell in 2020 when he stated: “While they may be interrelated, our relationship with Taiwan is not a subset of our bilateral relationship with the PRC.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S. policymakers need to be mindful of the potential effects of anti-China sentiments and negative externalities resulting from its conflation to anti-Asian American sentiments. It is critical that when the U.S. government externally communicates its policy of strategic competition with China, it is properly focused, precise about the malign behaviors, and conscientiously referring to the party-state led by the Chinese Communist Party (CCP). And, most importantly, at the same time as it is talking to its allies and like-minded partners, it should also try to communicate with the people within China, and even more importantly with the domestic audience at home so that the people can have a better understanding about the nature of the challenge.