Magazine

โปรโมชั่น เกมสล็อต เงินจริง: Will the South China Sea Spark the Next Global Conflict?

ตรวจ หวย 16 พฤษภาคม 62,บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/58 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีผลขาดทุนสุทธิ 127.35 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.0251 บาทต่อหุ้น ขาดทุนเพิ่มขึ้น 1768% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 6.82 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.0018 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ เครือไทยออยล์มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันที่มากขึ้น 1,017 ล้านบาท และมีกำไรจากอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันสุทธิลดลง 148 ล้านบาท ทำให้เครือไทยออยล์มี EBITDA เพิ่มขึ้น 3,476 ล้านบาทขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 372.76 ล้านบาท หรือ 0.60 บาทต่อหุ้น ลดลง 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 554.63 ล้านบาท หรือ 0.89 บาทต่อหุ้นขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปี 59 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากปีนี้ที่ 40-50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งมาจากการที่ซัพพลายของน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลง หลังสหรัฐฯได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (shale oil shale gas) THAI ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่าย Q4/58 ที่ 1.5 พันลบ.- เพิ่มรายได้ 1.5 พันลบ.14.80 บาท Break ได้เป็นสัญญาณซื้อเนื่องจากการจ่ายปันผลในอัตราที่เกินกว่าร้อยละ 80 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 (Record Date)ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 วิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ย ทุบหุ้นโซลปิดร่วง 1.44%ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 122.90 เยน จาก 123.24 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 1.0045 ฟรังก์ จาก 1.0077 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7058 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7020 ดอลลาร์ แนะนำซื้อ LIT โดยมีแนวรับที่ 9.00 และ 8.80 และมีแนวต้านที่ 9.60 และ 10.00 เป็นจุดขายทำกำไร。 TOP ยังไม่ฟื้น! ไตรมาส 3/58 ขาดทุนเพิ่มเป็น 2,294.29 ลบ.โดยในไตรมาส 3/58 ธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลียมีอัตรากำไรขั้นต้น 28% และธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียมีอัตรากำไรขั้นต้น 37% ขณะที่บริษัทคาดการณ์ว่าปริมาณการจำหน่ายถ่านหินตลอดปี 58 จากทั้งออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และจีน รวมคิดเป็นประมาณ 46.2 ล้านตันขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 915.91 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.60 บาทต่อหุ้น ลดลง 20.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.15 พันล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.75 บาทต่อหุ้น , UMI งบฯ Q3 พลิกกำไรกว่า 4 ลบ. หลังมีรายได้พิเศษ-ค่าใช้จ่ายลดลงคาดตลาดหุ้นในภาคบ่ายจะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วง Wait and see เพื่อรอดูสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ในเดือ ธ.ค. รวมทั้งรอดูผลการประมูล 4G ในวันนี้ สำหรับหุ้นที่น่าสนใจลงทุนในช่วงนี้ เลือก กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เพื่อลุ้นการประมูลโครงการรถไฟรางคู่ (19 พ.ย.) และมองเป็นบวกจากกรณี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 5 โครงการภายใต้มาตรการ PPP กลุ่มแรกออกมาแล้ว (เข้า ครม. มี.ค. 59)อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงซื้อเข้ามาที่หุ้นที่มีผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2558 ออกมาดี และมีการเข้ามาเก็งกำไรหุ้นที่คาดการณ์ว่าผลประกอบการจะออกมาดีด้วย แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัว แต่มีทิศทางที่ไปในทางลบ เนื่องจากสัญญาณทางเทคนิคไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,400 จุด ทำให้ความมั่นใจหดหาย และวอลุ่มเทรดของตลาดบางด้วย พร้อมให้แนวรับ 1,390 จุด ส่วนแนวต้าน 1,410 จุดขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 84.91 ล้านบาท หรือ 3.50 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 77.96 ล้านบาท หรือ 3.21 บาทต่อหุ้นCPALL มูลค่าการซื้อขาย 421.91 ล้านบาท ปิดที่ 49.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 2.84 หมื่นล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 9.54 บาทต่อหุ้น ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.69 หมื่นล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 9.05 บาทต่อหุ้นราคาหุ้น บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 4.36 บ. บวก 0.58 บ. หรือ 15.34% สูงสุดที่ 4.90 บ. ต่ำสุดที่ 4.24 บ. มูลค่าซื้อขายที่ 78.40 ลบ.ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มค้าปลีกนั้น มาจากรายงานที่ว่า เมซี อิงค์ ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ รายงานผลกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3/2558 อยู่ที่ 36 เซนต์ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2557 ที่ระดับ 61 เซนต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปี 2558สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทมีรายได้รวม 3,713 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการดำเนินงานเต็มปีของทั้ง 36 โครงการ โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเงินกู้รวม 16,322 ล้านบาท ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 18,014 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2557 ซึ่งสอดคล้องกับตารางการชำระหนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 บริษัทมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนในระดับ 65.8% อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดจากภาระหนี้สินในระดับสูงนี้ถูกบรรเทาบางส่วนจากกระแสเงินสดจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่แน่นอนและคาดการณ์ได้ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) ที่สูงเนื่องจากได้รับ Adder และมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ต่ำ สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานถึง 79.7% และบริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย อยู่ 3,009 ล้านบาท สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2558 นายเทพรักษ์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่ารายได้จะเติบโต 10% ขณะที่กำไรสุทธิจะเติบโตสูง จากระดับ 404.23 ล้านบาทในปีที่แล้ว โดยในช่วงครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิแล้ว 220 ล้านบาท และแนวโน้มรายได้และกำไรในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก ประกอบกับธุรกิจมีอัตรากำไร(มาร์จิ้น)ดี โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 50% และอัตรากำไรสุทธิ 30% ซึ่งจะพยายามรักษาระดับดังกล่าวไว้ในปีนี้ตลาดภูมิภาคผันผวน [Nikkei 225-0.09%][FBMKLCI -1.35%][HSI -0.02%][SSE -0.42%][TAIEX -1.43%] สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.7% ทั้งนี้ ยอดผลผลิตที่ชะลอตัวลงนี้ สะท้อนให้เห็นว่า มาตรการต่างๆที่รัฐบาลจีนได้นำมาใช้ก่อนหน้านี้นั้น ยังไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจจีนได้ ส่วนยอดค้าปลีกของจีนในเดือนต.ค.ขยายตัว 11% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 10.9% ในเดือนก.ย. และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ปรับตัวขึ้น 10.2% เทียบเป็นรายปี อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรดังกล่าวชะลอลง 0.1% เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกปีนี้บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ ซื้อ CFRESH ราคาเป้าหมาย 1ล0.80 บาท/หุ้น โดยคาดกำไรครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2558 ที่ 113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 219% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน ได้ปัจจัยหนุนจากเงินบาทที่อ่อนค่าเนื่องจากไตรมาส 2 ปี 2558 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง。

ดอลล์แข็งค่าจากกระแสเฟดขึ้นดอกเบี้ย-อีซีบีผ่อนคลายเพิ่มโดย WIIK รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/58 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558พลิกมีกำไรสุทธิ 34.13 ล้านบาทหรือกำไรต่อหุ้น 0.11 บาท เพิ่มขึ้น 1,126.38% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 3.32 ล้านบาท หรือขาดทุนต่อหุ้น 0.01 บาท ,หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน ร่วงลง 6.3% และหุ้นอัลโค อิงค์ ดิ่งลง 3% อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านดีดตัวขึ้น โดยหุ้นดีอาร์ ฮอร์ตัน พุ่งขึ้น 8.3% หุ้นพัลท์กรุ๊ป และหุ้นเลนนาร์ คอร์ป ต่างก็ร่วงลงกว่า 3.3% TPCH มั่นใจชนะประมูลขายไฟฟ้าหมุนเวียนพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 5.97 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 1.33 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.49 พันล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 1.22 บาทต่อหุ้นด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ มีมติอนุมัติคัดเลือกโครงการภายใต้มาตรการ PPP FAST TRACK ในระยะแรก 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 334,207 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงานที่มาจากงานบริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมประมาณ .500 ล้านบาท ธุรกิจเทรดดิ้งประมาณ .700 ล้านบาท ซึ่งแนวโน้มธุรกิจของบริษัทในปีนี้เชื่อว่าจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้ไว้ที่ 4,800-5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 20-25%บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOGรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/58 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 89.62 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.19 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 137% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 37.82 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้น,WHA ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มมีจังหวะขึ้นต่อหลังพักตัวไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือน ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Rising Method ในกรอบแนวโน้มขาขึ้น พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ที่เป็นบวกพุ่งชี้ขึ้นต่อเนื่อง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 3.52 บาท และเป้าหมายถัดไปตามกรอบแนวโน้มที่ 3.60 บาท,สำหรับผลประโยชน์ที่ ไอที ซิตี้ คาดว่าจะได้รับนั้น นอกเหนือจากเงินปันผลในอนาคตจาก ยูอิท๊อกซ์ (ประเทศไทย) แล้ว ทางไอที ซิตี้ จะร่วมมือกับ ยูอิท๊อกซ์ (ประเทศไทย) จัดจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องประเภทไอทีผ่านทางอี-คอมเมอร์สแพลตฟอร์มของ ยูอิท๊อกซ์ (ประเทศไทย) ด้วย ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้ ไอที ซิตี้ มีรายได้และกาไรเพิ่มขึ้นในอนาคตในวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนในเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอลงจากอัตราการขยายตัว 1.6% ในเดือนก.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ว่าจะปรับขึ้น 1.5% หากเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เดือนต.ค.ลดลง 0.3% ขณะที่ต้นทุนขายรวมลดลง 32% มาที่ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากปริมาณขายถ่านหินและต้นทุนเฉลี่ยต่อตันที่ลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงตามราคาน้ำมันตลาดโลก ส่วนการรับรู้ผลกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้า ลดลง 79% มาที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีที่ดลลง เพราะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากโรงไฟฟ้าหงสาในลาวเพิ่มขึ้น จากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจถ่านหินในจีนด้วยประกอบกับการเปลี่ยนแปลง Par เป็นหุ้นละ 0.10 บาท ของ ORI อาจยังไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเปลี่ยนแปลง Par เนื่องจากวิธีการดังกล่าวเหมาะกับหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ มีจำนวนหุ้นน้อยและมีราคาต่อหุ้นค่อนข้างสูง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลง Par ของ ORI อาจทำให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนสับสนและเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ของการเปลี่ยนแปลง Par ตลาดหลักทรัพย์จึงให้ ORI ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วนและชัดเจนภายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558NYT ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนขึ้นมา ด้วยแท่งเทียน Big White พร้อมปริมาณการซื้อขายสูง เครื่องมือ DI+ ตัด DI- ขึ้น และ MACD ตัด Signal มีแนวโน้มใกล้เป็นบวก กำลังทดสอบแนว Downtrend Line บริเวณ 16.20 บาท ผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่จุดสูงสุดเดิมบริเวณ 17.10 บาทโดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นอันดับ 1-5 มีดังนี้(ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 17/04/2558)SVOAแนวต้าน 1.80 บาท หยุดความเสี่ยง 1.65 บาทนอกจากนี้ ผลประกอบการที่ย่ำแย่ของเมซี อิงค์ ยังได้ฉุดหุ้นบริษัทที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังในห้างเมซี โดยหุ้นราล์ฟ ลอเรน ร่วงลง 4.1% หุ้นไมเคิล คอร์ โฮลดิงส์ ปรับลง 4.12% หุ้นพีวีเอช คอร์ป ดิ่งลงกว่า 4% ส่วนหุ้น G-III Apparel ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังอย่าง Calvin Klein และ Tommy Hilfiger ในห้างต่างๆรวมถึงห้างเมซีด้วยนั้น ร่วงลงกว่า 11%?ความเห็น : มีแนวโน้มเปลี่ยนธุรกิจเป็นธุรพลังงานทางเลือก คล้ายกับ CHOWนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้อนุมัติคัดเลือก 5 โครงการลงทุนแรกที่จะเสนอให้เป็น PPP Fast track เพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้น โดยจะพยายามทำให้ขั้นตอนทุกอย่างบรรลุภายในครึ่งปี 59 โดยคาดว่าจะเปิดประกวดราคาให้ได้ภายใน พ.ค.59 และจากนั้นในช่วงครึ่งปีหลังก็ให้เดินเรื่องได้เลย CEI มั่นใจปี 58 พลิกกำไร เล็งนำบริษัทลูกเข้าตลาดใน 3-5 ปี SPCG ก่อตั้งในปี 2539 ในนาม บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ในปี 2554 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) หลังจากนั้นบริษัทได้ย้ายการซื้อขายหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2555 ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2558 ครอบครัวกุญชรยาคงเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 49% ปัจจุบันบริษัทมีฐานะเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 36 โครงการ โดยมีกำลังการผลิตตามสัญญารวมทั้งสิ้น 206 เมกะวัตต์ ในปี 2557 รายได้ของบริษัท 91% มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อีก 6% มาจากโรงงานผลิตหลังคาเหล็ก ส่วนที่เหลืออีก 3% มาจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา BKD (BUY:[email protected]): ช่วง 3Q58 กำไรลด 22%QoQ ซึ่งต่ำกว่าคาด เพราะมีโครงการที่มีมาร์จิ้นสูงเป็นพิเศษ ทำให้คาดจะสร้าง Earnings Momentum ดีต่อในช่วง 4Q58 โดยปี 58 คาดกำไรโต 103.6%YoY และโต 7.1%YoY ในปี 59 + มีประเด็นบวกรออยู่จากแตกไลน์ธุรกิจทำ Apartment และโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากขายที่ดิน จึงคงแนะนำ ซื้อ สำหรับผลประโยชน์ที่ ไอที ซิตี้ คาดว่าจะได้รับนั้น นอกเหนือจากเงินปันผลในอนาคตจาก ยูอิท๊อกซ์ (ประเทศไทย) แล้ว ทางไอที ซิตี้ จะร่วมมือกับ ยูอิท๊อกซ์ (ประเทศไทย) จัดจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องประเภทไอทีผ่านทางอี-คอมเมอร์สแพลตฟอร์มของ ยูอิท๊อกซ์ (ประเทศไทย) ด้วย ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้ ไอที ซิตี้ มีรายได้และกาไรเพิ่มขึ้นในอนาคตค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 122.90 เยน จาก 123.24 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 1.0045 ฟรังก์ จาก 1.0077 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7058 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7020 ดอลลาร์。

In Asia’s maritime heartland, all the ingredients of a global cataclysm are conspiring against the post-Cold War period of peace and stability in the Indo-Pacific.

Will the South China Sea Spark the Next Global Conflict?

In this April 27, 2021, photo provided by the Philippine Coast Guard, its personnel patrol beside ships said to be Chinese militia vessels at Sabina Shoal in the South China Sea.

Credit: Philippine Coast Guard via AP

“One?day the great European War will come out of some?damned foolish thing in the Balkans,” warned Prussia’s Otto von?Bismarck in the thick of fin de siècle insouciance. Lo and behold, the Iron Chancellor’s foreboding at the turn of the new century proved eerily prescient, as “some damned foolish thing” on the margins of empires seamlessly transformed the improbable into the inevitable. What initially began as the Balkan Wars over the last vestiges of Ottoman territory in Europe quickly transmogrified into the First World War following the surreal assassination of Austria’s heir-apparent, Archduke Franz Ferdinand, by the teenage Bosnian-Serb nationalist, Gavrilo Princip.

The fateful event, which at first seemed like a relatively manageable tragedy in the greater geopolitical scheme of things, set in motion a catastrophic wave of belligerent posturing and military mobilizations by a whole host of rival powers, where ascendant hawks ached for a glorious war. “Once the mobilization button was pushed, the whole vast machinery for calling up, equipping, and transporting [millions of] men began turning automatically,” wrote Barbara W. Tuchman in her classic account of the fateful weeks in mid-1914 that would change the fate of humanity.

In many ways, the South China Sea disputes are today’s version of the early 20th century Balkans, where “some damned foolish thing” can trigger a devastating global conflict without precedence and beyond our wildest imagination. It is here in Asia’s maritime heartland, where all the ingredients of a global cataclysm are conspiring against the post-Cold War period of peace and stability in the Indo-Pacific. It’s also here where the naked edge of China’s hegemonic ambitions are on full display, with dire consequences for smaller neighbors and the broader liberal international order. Here lies the defining geopolitical dilemma of our times.

Today’s China is too big to be “contained,” a la George F. Kennan’s antidote to the Soviet threat, but it’s also becoming too voracious to be left to its own devices. If there is one thing that history teaches us, it is that neither strategic fatalism, which would risk turning the South China Sea into a Chinse lake, nor a reckless superpower rivalry, which could spark a global conflict, is advisable. So, how should we deal with the most powerful communist regime of all time? Or, as Vladimir Lenin once put it, “What is to be done?”

To prevent China’s prospective domination of a main artery of global trade, what’s necessary is nothing less than a multilateral “Goldilocks” approach, which checks Beijing’s worst instincts through an optimal combination of engagement and deterrence. Here, what is needed is a “constrainment” strategy, whereby like-minded powers and China’s besieged neighbors should collectively deploy a combination of diplomatic, economic, and military countermeasures to uphold a free and open order in the world’s most dynamic region.

What’s at stake is nothing less than the future of the 21st century global order.